
เมื่อวันที่ 11 เมษายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมปรับปรุงปฏิทินงบประมาณ เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯสามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. 2569 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
โดยการจัดทำงบประมาณปี 2570 เน้นแก้ปัญหาประชาชน ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และใช้แนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ ทบทวนความจำเป็นของทุกโครงการ พร้อมเปิดใช้แหล่งเงินทางเลือก เช่น การร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ
โดยครม.กำหนดไทม์ไลน์การจัดทำงบประมาณอย่างชัดเจน ดังนี้ วันที่ 20 เมษายนนี้ นายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายงบประมาณ และวันที่ 1 พฤษภาคม หน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณ จากนั้นวันที่ 2 พฤษภาคมจะเสนอ ครม. พิจารณารายละเอียดงบประมาณ และเปิดรับฟังความคิดเห็น ต่อมา
วันที่ 16 มิถุนายน ครม. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ จากนั้นวันที่ 23 มิถุนายน จะเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณต่อสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ สภาฯ จะพิจารณาตามขั้นตอนและปลายเดือนกันยายน จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมให้มีผลบังคับใช้
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติปรับปรุงการมอบหมายผู้มีอำนาจกำกับแผนงานบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 9 แผนงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ โดยมีการมอบหมาย รองนายกฯ ดังนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่ แผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่แผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด และแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่ แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล 4.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่ 1แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
และแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 5.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่ แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 6.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่
แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย
“การกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ควบคู่กับการมอบหมายผู้รับผิดชอบรายแผนงาน จะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เงินถึงประชาชนได้รวดเร็ว และการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” น.ส.ลลิดา กล่าว





