เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2569 พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.สมท.กอ.รมน.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัว และค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ กอ.รมน. เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนในระดับพื้นที่

ด้านพล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินโครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อผลักดันมาตรการช่วยเหลือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ เครือข่ายด้านความมั่นคง มูลนิธิ และภาคประชาชน รวมถึงกลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ ในการสนับสนุนสิ่งของและกำลังคน
ขณะที่ พล.อ.ชัยพฤษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ระบุว่า ได้กำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มทดลองดำเนินการระหว่างวันที่ 11–12 เม.ย.69 ในพื้นที่เขตบางกอกน้อย และบางพลัด กรุงเทพมหานคร ก่อนประเมินผลเพื่อขยายไปยังพื้นที่อื่นต่อไป
ระยะแรก จะมุ่งช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” เป็นสำคัญ ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและเดลิเวอรี เช่น Grab และ LINE MAN รวมถึงผู้ขนส่งอิสระ เข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายสิ่งของ เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
ในส่วนของการช่วยเหลือ กอ.รมน. ได้จัดตั้ง “ตู้ปันน้ำใจ” พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภควันละ 200 ชุด ณ สวนรื่นฤดี กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00–14.00 น.

บรรยากาศวันแรก (11 เม.ย. 2569) มีประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงทยอยเข้ารับสิ่งของอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เจ้าหน้าที่ได้จัดส่งสิ่งของถึงที่พักอาศัย เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทุกกลุ่ม
กอ.รมน. ยืนยันจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว
พร้อมเชิญชวนประชาชนที่มีกำลัง ร่วมแบ่งปันสิ่งของเติมใน “ตู้ปันน้ำใจ” ณ จุดบริการของ กอ.รมน. ทั้งส่วนกลางและจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน





