
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรก 11 เม.ย. 2026 และอัพเดต 12 เม.ย. เวลา 07.30 น.
‘ทรัมป์’ เผยสหรัฐเริ่มกระบวนการล้างช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อช่วยเหลือประเทศต่างๆทั่วโลก ภายหลังจากที่สื่อรายงานอิหร่านหาทุ่นระเบิดที่วางในทะเลไม่เจอ จึงไม่สามารถเปิดให้เรือสัญจรเพิ่มได้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐโพสต์ข้อความผ่านทรูท โซเชียลในระหว่างการเริ่มต้นเจรจาสันติภาพสหรัฐกับอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดว่า สิ่งเดียวที่อิหร่านมีคือภัยคุกคามต่อเรือต่างๆที่อาจโดนทุ่นระเบิดในทะเล ซึ่งยังไงก็ตาม เรือวางทุ่นระเบิดทั้ง 28 ลำของอิหร่านก็นอนจมก้นทะเลเช่นกัน
“ตอนนี้สหรัฐกําลังเริ่มกระบวนการล้างช่องแคบฮอร์มุซเพื่อช่วยเหลือประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอื่น ๆ อีกมากมาย และอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาไม่มีความกล้าหรือเจตจํานงที่จะทํางานนี้ด้วยตัวเอง”
ขณะเดียวกันทรัมป์ระบุว่า “ที่น่าสนใจมาก เรือจากหลายประเทศกําลังมุ่งหน้าไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อบรรทุกน้ํามัน”
เดอะ นิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) สื่อทรงอิทธิพลระดับโลกของสหรัฐรายงานว่าอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งระบุว่า อิหร่านไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสัญจรได้มากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถค้นหาทุ่นระเบิดทั้งหมดที่วางไว้ในช่องแคบได้ และขาดความสามารถในการกำจัดทุ่นระเบิดเหล่านั้น
การสูญหายของทุ่นระเบิดทำให้อิหร่านไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีทรัมป์ได้อย่างรวดเร็ว ที่จะอนุญาตให้เรือจำนวนมากขึ้นผ่านช่องแคบได้
ทรัมป์ยังโพสต์ตำหนิสื่อที่นำเสนอข่าวปลอมสูญเสียความน่าเชื่อถือทั้งหมด เนื่องจากกลุ่มอาการ ที่บรรดาผู้สนับสนุนทรัมป์ เรียกว่า Trump Derangement ขนาดใหญ่ (บางครั้งเรียกว่า TDS) เป็นคำเชิงดูถูกที่ใช้เรียกปฏิกิริยาเชิงลบอย่างรุนแรง ไร้เหตุผล หรือความเกลียดชังประธานาธิบดีทรัมป์ที่มากเกินไปจนส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้คน
ผู้นำสหรัฐระบุว่าสื่อจำพวกนี้จะพูดว่าอิหร่านกําลัง “ชนะ” แต่ในความเป็นจริง “ทุกคนรู้ว่าพวกเขากําลังแพ้และแพ้ครั้งใหญ่! กองทัพเรือของพวกเขาหายไป กองทัพอากาศของพวกเขาหายไป อุปกรณ์ต่อต้านอากาศยานของพวกเขาไม่มีอยู่จริง เรดาร์ตายแล้ว โรงงานขีปนาวุธและโดรนของพวกเขาถูกทําลายส่วนใหญ่พร้อมกับขีปนาวุธและโดรนเอง”
“และที่สําคัญที่สุด “ผู้นํา” ที่ยาวนานของพวกเขาไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไป สรรเสริญแด่อัลเลาะห์!” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว
กองกำลังสหรัฐเริ่มภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

กองกำลังกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อ 11 เม.ย. เวลาท้องถิ่นว่า เริ่มเตรียมการสำหรับการกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐสองลำได้ปฏิบัติการ
เรือ USS Frank E. Peterson (DDG 121) และ USS Michael Murphy (DDG 112) แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและปฏิบัติการในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่กว้างขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าช่องแคบนี้ปลอดจากทุ่นระเบิดที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านวางไว้ก่อนหน้านี้
“วันนี้ เราเริ่มต้นกระบวนการสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ และเราจะแบ่งปันเส้นทางที่ปลอดภัยนี้กับอุตสาหกรรมการเดินเรือในเร็วนี้ เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของสินค้าอย่างเสรี” พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM กล่าว
CENTCOM ระบุอีกว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศและเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญซึ่งสนับสนุนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก นอกจากกองกำลังสหรัฐ ยังรวมถึงโดรนใต้น้ำ จะเข้าร่วมปฏิบัติการกวาดล้างในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เจรจาสันติภาพวันที่สอง-วาระใจกลางช่องแคบฮอร์มุซ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่าขณะที่การเจรจาสันติภาพสหรัฐกับอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดดำเนินต่อไปในวันนี้ (12 เม.ย.) เป็นวันที่สอง โดยยังเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานโดยอ้างผู้สื่อข่าวที่อยู่ในภาคสนามว่า สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะจัดการเจรจาแบบพบหน้ากันอีกรอบระหว่างผู้เจรจาหลักของทั้งสองฝ่ายในอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า หลังจากการแลกเปลี่ยนเอกสารล่าสุด
รัฐบาลอิหร่านกล่าวในโพสต์บน X ว่า “การเจรจาจะดำเนินต่อไปแม้จะมีความแตกต่างกันบ้าง”
ขณะนี้ยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการจากฝ่ายสหรัฐเกี่ยวกับผลการเจรจาในวันแรกที่เกิดขึ้นในกรุงอิสลามาบัด
มาลีฮา โลดี อดีตทูตปากีสถานประจำสหรัฐกล่าวไว้ก่อนการเจรจาว่า สหรัฐและอิหร่านมีจุดยืนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ “อยู่ห่างกันมาก”
หลังจากสงครามยืดเยื้อเกือบหกสัปดาห์ ปากีสถานจัดการอย่างไรจึงสามารถทำให้สหรัฐและอิหร่านยอมเจรจาได้ โลดีดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตปากีสถานประจำสหรัฐในช่วงเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งตอนนี้ เธอกล่าวว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวทำให้รัฐบาลอิสลามาบัดเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพเพียงรายเดียวในภูมิภาคนี้ สำหรับเธอ การเจรจาในสุดสัปดาห์นี้มีความสำคัญในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากประเทศที่มีอำนาจระดับกลางอย่างปากีสถานมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางการเมืองโลก
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐในฐานะผู้แทนคณะเจรจาฝ่ายสหรัฐพบกับนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ก่อนจากนั้นพบและหารือบาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอิหร่านในกรุงอิสลามาบัด ในการหารือมาราธอน
สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานโดยอ้างผู้สื่อข่าวภาคสนาม ณ กรุงอิสลามาบัดว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่
“ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความเห็นไม่ตรงกันอย่างรุนแรง”
ทัสนิมระบุว่าคณะผู้แทนสหรัฐ “ขัดขวางความคืบหน้า” ในระหว่างขั้นตอนการแลกเปลี่ยนข้อความด้วย “ข้อเรียกร้องที่มากเกินปกติ”
นับเป็นความท้าทายของปากีสถานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยจะมีประสิทธิภาพหรือทำให้มุมมองของคณะผู้แทนสหรัฐและอิหร่านใกล้เคียงกันมากขึ้นหรือไม่
สรุปการเจรจาวันแรกจากสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่าน ซึ่งมีผู้สื่อข่าวภาคสนามในเมืองหลวงปากีสถาน:
1) การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มต้นก่อนเวลา 17:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
2) หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ทีมผู้เชี่ยวชาญได้เข้าร่วมเพื่อเจรจาทางเทคนิค
3) คณะผู้แทนหยุดพัก
4) การเจรจาเริ่มขึ้นอีกครั้งและยังคงดำเนินต่อไป ก่อนสิ้นสุดลง โดยวาระหลักคือประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ และมีกำหนดเริ่มอีกครั้งในวันนี้ (12 เม.ย.)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




