อภิสิทธิ์ แจงปมศุภจีดึง ‘วีระพงษ์’ ร่วมงาน แนะลาออก ปชป. เหตุขัดแย้งสถานะฝ่ายค้าน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ แจง ปม ‘ศุภจี’ ประกาศทาบทาม “วีระพงษ์” ร่วมดีลงานการค้ากับสหภาพยุโรป ปชป.เห็นพ้องประเทศ-รัฐบาลได้ประโยชน์ แนะลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าและสมาชิกพรรค ป้องกันความสับสน-ขัดแย้งในสถานะฝ่ายค้าน

ภายหลังนางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ทาบทาม นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ว่า เนื่องจากเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เคยเป็นตัวแทนการค้าที่ช่วยประเทศไทยเจรจาการค้า EU ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งยังทำไม่แล้วเสร็จ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)

นางศุภจีย้ำว่า เห็นถึงผลงานและความสามารถจึงทาบทามมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ไม่เป็นไร เพราะตนเองเคยพูดแล้ว และอยากทำให้เห็น หากทำแล้วเกิดประโยชน์ เราก็ไม่ต้องมาเริ่มเตรียมงานกันใหม่ เมื่อทำมาแล้วก็ต่อให้จบ โดยในเดือน เม.ย.นี้ จะมีการเจรจากับ EU เป็นรอบที่ 9 และอยากจะให้การเจรจาในรอบนี้จบ และสะเด็ดน้ำ เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มใหม่ ซึ่งต้องชื่นชมท่านที่ยินดีมาช่วย แต่ในขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการ เนื่องจากตนเองยังไม่เป็นรองนายกรัฐมนตรีสมบูรณ์แบบ เพราะรัฐบาลเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไป โดยท่านก็ยินดี

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาชี้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความระบุว่า กรณีของคุณวีระพงษ์นั้นเห็นมีการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย อยากเรียนข้อเท็จจริงดังนี้ครับ

1. ผมไม่เคยได้รับทราบเรื่องนี้จากคุณศุภจี แต่คุณวีระพงษ์ได้มาปรึกษาผมว่าได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยเพื่อไปเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับสหภาพยุโรปในเรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรีโดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

กรณีของคุณวีระพงษ์จึงแตกต่างจากการให้คำปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีแบบไม่เป็นทางการเพราะเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นทางการและมีค่าตอบแทน ขณะนั้นผมเข้าใจว่ายังเป็นการพูดคุยในลักษณะส่วนตัว ไม่ทราบว่าจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปจากฝั่งรัฐบาล

2. เราเห็นตรงกันว่างานนี้เป็นงานที่ฝ่ายคุณวีระพงษ์มีความถนัดและความชอบเป็นพิเศษ และรัฐบาลรวมทั้งประเทศจะได้ประโยชน์หากคุณวีระพงษ์เข้ารับหน้าที่นี้ แต่โดยสถานะของคุณวีระพงษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์จะเกิดความสับสนและขัดแย้งกันในตัวในสถานะของความเป็นพรรคฝ่ายค้าน

สุดท้ายจึงเห็นพ้องกันว่าหากคุณวีระพงษ์มีความประสงค์จะไปรับตำแหน่งก็ต้องออกจากรองหัวหน้าพรรคและความเป็นสมาชิกพรรคของพรรคประชาธิปัตย์

3. ขณะนี้จึงอยู่ที่คุณวีระพงษ์จะตัดสินใจและดำเนินการ

Advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง