เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า ได้เกิดสถานการณ์ไฟไหม้และไฟป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณ “ภูมะเขือ” ล่าสุดกองทัพบก เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย ไม่มีเชื้อไฟหลงเหลือมากนัก และยังไม่ส่งผลกระทบต่อฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพลมมีความผันผวน และอาจพัดสะเก็ดไฟจากฝั่งกัมพูชาเข้ามายังฝั่งไทยได้ แม้พื้นที่ของไทยจะอยู่ในจุดที่มีความชื้นมากกว่า แต่ยังมีความเสี่ยง หากสะเก็ดไฟปลิวไปตกในพื้นที่ป่าไผ่หรือป่าโปร่ง

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่นั้นๆ ได้สนับสนุนรถน้ำขนาดใหญ่เข้าประจำการในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันไฟลุกลาม ซึ่งเป็นมาตรการตามปกติในช่วงฤดูร้อน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่แสดงความเป็นห่วงกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากอุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในพื้นที่หุบเขาที่มีความร้อนสะสม จึงแนะนำให้ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด และอาบน้ำวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะร้อนจัด

สำหรับพื้นที่ ตาเมือน และ ตาควาย ขณะนี้ไม่พบปัญหา เนื่องจากไม่มีเชื้อเพลิงให้เกิดไฟไหม้แล้ว โดยธรรมชาติพื้นที่ป่าทึบมักไม่ติดไฟง่าย ขณะที่ไฟป่าส่วนใหญ่มักเกิดในพื้นที่ป่าโปร่ง เช่น บริเวณใกล้เขาพระวิหาร







