
ราคาน้ำมันโลกทะยานกลับไปแตะระดับเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งในวันอาทิตย์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะทำการปิดล้อม (Blockade) “เรือทุกลำที่พยายามจะเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งคำขู่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลำเลียงน้ำมันทั่วโลก
- น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent): ปรับตัวสูงขึ้น 8% อยู่ที่ประมาณ 102 ดอลลาร์
- น้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI): ปรับตัวสูงขึ้น 8% ไปอยู่ที่ 104 ดอลลาร์
- ตลาดหุ้นล่วงหน้า: ดัชนี Dow Jones ล่วงหน้าดิ่งลง 1.04% (502 จุด), S&P 500 ลดลง 1% และ Nasdaq ร่วงลง 1.15%
CNN รายงานว่า ทรัมป์กล่าวผ่านรายการ Sunday Morning Futures ทางช่อง Fox News เมื่อวานนี้ว่า “เราจะไม่ยอมให้อิหร่านกอบโกยเงินจากการขายน้ำมันให้กับคนที่พวกเขาชอบ แต่ไม่ขายให้กับคนที่พวกเขาไม่ชอบ หรืออะไรก็ตามแต่ (ที่เขาทำอยู่) …มันจะต้องได้ทั้งหมด หรือไม่ก็ไม่ได้เลย”
แม้ราคาน้ำมันจะยังต่ำกว่าจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่แล้ว (ช่วงก่อนที่ทรัมป์จะยกเลิกคำขู่เรื่องการโจมตีรุนแรงและตกลงเข้าสู่การเจรจาหยุดยิง) แต่เมื่อการเจรจาล้มเหลวและใกล้จะถึงเส้นตายครั้งใหม่ ราคาน้ำมันจึงปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับของวันที่ 1 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ทรัมป์จะแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์ เนื่องจากเขาไม่ได้ระบุรายละเอียดกลยุทธ์การถอนตัวจากสงคราม
อิหร่านได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากสงครามครั้งนี้ โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์/เรือหนึ่งลำ จากการแล่นเรือผ่านช่องแคบสำคัญ (ฮอร์มุซ)
ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์เองก็ได้โยนหินถามทางถึงแนวคิดเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะ กิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับอิหร่านเช่นกัน
นอกจากนี้ ข้อมูลวิเคราะห์จากบริษัท Kpler ระบุว่า อิหร่านยังสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เฉลี่ย 1.85 ล้านบาร์เรล/วัน ตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนก่อนหน้าประมาณ 100,000 บาร์เรล/วัน
การเผชิญหน้าทางทหาร กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกมาเตือนตามรายงานของสำนักข่าว Fars News ของอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือรบทุกลำที่เข้าใกล้ช่องแคบ “จะถูกโจมตีอย่างรุนแรงและเด็ดขาด”
ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) คาดการณ์ว่ามาตรการปิดล้อมจะเริ่มบังคับใช้ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) ของวันจันทร์นี้
ผลกระทบต่ออเมริกา
แผนการของทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะทำให้ชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงขึ้น หากราคาน้ำมันโลกดีดตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันหน้าปั๊มก็จะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 4.12 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 38% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม แม้จะลดลงมาเล็กน้อยในช่วงสุดสัปดาห์ก็ตาม
Karen Young นักวิชาการอาวุโสจาก Middle East Institute กล่าวว่า อาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่สงครามจะสิ้นสุดและราคาน้ำมันจะลดลง นอกจากต้นทุนพลังงานแล้ว เธอยังเตือนว่าราคาอาหารจะได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ทำปุ๋ยและบรรจุภัณฑ์อาหารได้รับความเสียหายจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
“เราจะเริ่มเห็นแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ… ลองนึกถึงของทุกอย่างที่คุณหาซื้อได้ตามห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ดูสิ (ราคามันจะขึ้นตามไปด้วย)” เธอกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




