
เมื่อวันที่ 13 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสจะร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือในสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการหารือเกี่ยวกับภารกิจทางทะเลเพื่อป้องกันตนเอง ตามที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวถึงความไปเป็นได้ไว้ก่อนหน้านี้
“ภารกิจเชิงป้องกันอย่างเคร่งครัดนี้ ซึ่งจะแยกออกจากฝ่ายที่กำลังทำสงครามนั้น มีเป้าหมายที่จะเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย” ประธานาธิบดีมาครงโพสต์บน X
ด้านนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งทางเรือทั่วโลกและยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันค่าครองชีพ
“ในสัปดาห์นี้ สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสจะร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดเพื่อผลักดันแผนพหุภาคีที่มีการประสานงาน เป็นอิสระ และมีหลายประเทศเข้าร่วม เพื่อคุ้มครองการเดินเรือระหว่างประเทศเมื่อความขัดแย้งสิ้นสุดลง” สตาร์เมอร์โพสต์บน X
การจัดประชุมหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และประเทศอื่น ๆ ที่พร้อมจะเข้าร่วมในภารกิจพหุภาคีอย่างสันติ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งถูกอิหร่านปิดมานับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลในการทำสงครามโจมตีอิหร่านเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
และล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยังประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเพื่อสกัดกั้นเรือทุกลำที่จะเข้าออกท่าเรือของอิหร่านที่จะเริ่มมีผลในเวลา 10.00 น.ของวันจันทร์(13 เม.ย.)นี้ตามเวลาฟากตะวันออกของสหรัฐด้วย
ก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักรได้จัดประชุมร่วมกับตัวแทนจากมากกว่า 40 ประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบแห่งนี้มาแล้ว โดยสหรัฐไม่ได้เข้าร่วมในการเจรจาดังกล่าว




