
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. โดยกล่าวว่ารัฐบาลจะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1.พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2.ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ หรือ Cluster
เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจและทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน ยึดความกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก และรัฐบาลจะทำหน้าที่รวมพลังภาคเอกชน และประชาชน ปลุกพลังในสังคมไทยให้เข้มแข็ง สร้างบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลกอย่างมีเกียรติภูมิ ปกป้องอธิปไตยและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งปรับบทบาทภาครัฐ เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ สนับสนุนให้ข้าราชการ Work From Anywhere
นายอนุทินได้แถลงถึงนโยบาย 5 ด้าน รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจจะเน้นส่งเสริมการลงทุน SMEs ลดการบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ และคนไทย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ทันต่อยุคดิจิทัล และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เพิ่มบทบาทเอกชน และทางเลือกให้เข้ามาร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และจะส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า
ขณะที่ด้านการเกษตร เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ด้านการท่องเที่ยวจะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับจากปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง
ส่วนนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ แก้ไขปัญหาพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค แก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544 ให้แล้วเสร็จ ทบทวนนโยบาย Free Visa
การอภิปรายของ สส.และ สว. มีทั้งสนับสนุนและท้วงติงในบางเรื่อง รวมถึงในเรื่องการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีการทำประชามติยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 โดย สว.รายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลกล่าวถึงการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในนโยบายรัฐบาลไว้น้อยมาก ทำให้สงสัยต่อจุดยืนของรัฐบาลในเรื่องนี้
ซึ่งถือเป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจ รัฐบาลน่าจะมีการชี้แจงหรือแถลงความชัดเจนในเรื่องนี้ นโยบายทางการเมืองมีความสำคัญ เพราะจะเป็นหลักประกัน ทำให้ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจได้อย่างเข้มแข็งและจริงจังตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





