
เมื่อวันที่ 14 เมษายน ดิ อีโคโนมิกไทมส์ สื่อสิ่งพิมพ์อินเดียรายงานว่า มีท่าทีจากจีน หนึ่งในชาติพันธมิตรและคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน ออกโรงเตือนที่มีนัยส่งถึงสหรัฐอเมริกาว่าอย่าแทรกแซงกิจการภายในของจีน หลังจากสหรัฐได้ประกาศปิดล้อมการสัญจรทางทะเลทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซที่เชื่อมโยงกับท่าเรือของอิหร่านซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประสบกับความล้มเหลว
นายตง จุน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของจีน กล่าวว่า จีนมุ่งมั่นที่จะรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของโลก และกำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รัฐมนตรีกลาโหมของจีนยังยืนยันว่า เรือของจีนยังคงปฏิบัติการอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของปักกิ่งกับอิหร่าน
“เรือของเรากำลังแล่นเข้าออกน่านน้ำของช่องแคบฮอร์มุซ เรามีข้อตกลงด้านการค้าและพลังงานกับอิหร่าน เราจะเคารพและให้เกียรติข้อตกลงเหล่านั้น และคาดหวังว่าผู้อื่นจะไม่แทรกแซงกิจการของเรา” รัฐมนตรีกลาโหมจีนกล่าว และว่า “อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบนี้ยังคงเปิดสำหรับเรา”
ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีกลาโหมจีนมีขึ้นหลังจากกองบัญชาการกลางของสหรัฐ หรือ CENTCOM ประกาศจะเริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือทุกลำที่เข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 13 เมษายนตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ตามรายงานของ CENTCOM การปิดล้อมจะครอบคลุมเรือของทุกประเทศที่ปฏิบัติการในท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน อย่างไรก็ตาม กองกำลังสหรัฐจะอนุญาตให้เรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี หากเรือเหล่านั้นเดินทางไปยังหรือมาจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐยังระบุว่าจะออกคำแนะนำเพิ่มเติมผ่านประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับเรือเดินทะเลพาณิชย์ โดยผู้เดินเรือได้รับคำแนะนำให้ติดตามการออกประกาศอย่างเป็นทางการและรักษาการติดต่อสื่อสารกับกองทัพเรือสหรัฐขณะปฏิบัติการในภูมิภาคนี้
สื่ออินเดียรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ยังได้ปฏิเสธรายงานที่ปรากฎในสื่อโดยอ้างแหล่งข่าวกรองของสหรัฐว่าจีนได้จัดหาหรือวางแผนที่จะจัดหาอาวุธให้กับอิหร่าน โดยจีนเรียกข้อกล่าวหาเหล่านั้นว่าเป็น “การใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้มูลความจริงและมุ่งร้าย” พร้อมกับย้ำว่าจีนได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์
ทั้งนี้จีนยังคงเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิหร่านและนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศไม่ได้เป็นพันธมิตรทางทหารอย่างเป็นทางการ และนักวิเคราะห์มักอธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศว่าเป็นความสัมพันธ์แบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ขณะเดียวกันจีนยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกับประเทศในอ่าวเปอร์เซียและได้วิพากษ์วิจารณ์การโจมตีของอิหร่านต่อประเทศเหล่านั้นในช่วงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ด้วย




