
เมื่อวันที่ 15 เมษายน รอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยในการสัมภาษณ์กับฟอกซ์ บิสซิเนส เน็ตเวิร์กว่า เขาได้ขอให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน อย่าส่งอาวุธให้อิหร่าน และ ประธานาธิบดีสี ก็ได้ตอบกลับว่า จีนไม่ได้จัดหาอาวุธให้เตหะราน
ในบทสัมภาษณ์ที่บันทึกไว้เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ ไม่ได้บอกว่า จดหมายทั้ง 2 ฉบับส่งหากันเมื่อใด สัปดาห์ที่แล้ว เขาขู่ประเทศต่างๆว่า จะเรียกเก็บภาษี 50% ทันที หากประเทศเหล่านั้นจัดหาอาวุธให้อิหร่าน
“ผมเขียนจดหมายไปขอร้องไม่ให้เขาทำเช่นนั้น และ เขาก็เขียนจดหมายตอบกลับมาว่าโดยพื้นฐานแล้ว เขาจะไม่ทำเช่นนั้น” ทรัมป์ กล่าว
ทรัมป์ ยังกล่าวอีกว่า เขาไม่คาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงในตลาดน้ำมันโลกจากสงครามกับอิหร่าน และ การเปลี่ยนแปลงในเวเนซูเอล่า จะส่งผลกระทบต่อการประชุมที่วางแผนไว้กับสีจิ้นผิงในเดือนหน้า
“เขาเป็นคนที่ต้องการน้ำมัน ส่วนเราไม่ต้องการ” ทรัมป์ว่า
ต่อมา ทรัมป์ ได้โพสต์ทรูธโซเชียลว่า เขากำลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร และจีนดีใจมากเรื่องนี้
“จีนดีใจมากที่ผมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร ผมทำเพื่อพวกเขาด้วย และเพื่อโลกด้วย สถานการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก พวกเขาตกลงที่จะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน”
“ผมทำเพื่อพวกเขา และเพื่อโลกด้วย” ทรัมป์เขียน และ ยังว่า “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะกอดผมอย่างอบอุ่นเมื่อผมไปถึงที่นั่นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า”
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์รายงานว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าทรัมป์หมายถึงอะไร เนื่องจากเส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำขอชี้แจงเกี่ยวกับข้อความของประธานาธิบดีในทันที
เป็นเวลา 45 วันแล้ว ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลก 20% ต้องหยุดชะงัก การขนส่งผ่านเส้นทางน้ำยังคงไม่แน่นอน แม้ว่าจะมีการหยุดยิง 2 สัปดาห์แล้วก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ปริมาณการสัญจรลดลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวของจำนวนการข้ามแดนกว่า 130 เที่ยวต่อวันก่อนสงคราม




