
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มองในแง่บวกว่าอาจสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านได้ ขณะเดียวกันก็เตือนว่าจะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อกรุงเตหะราน หากอิหร่านยังคงท่าทีแข็งกร้าว
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่าสงครามที่เขาเปิดฉากร่วมกับอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์กำลังใกล้จะยุติ แม้การปิดล้อมการเดินเรือที่เขาประกาศจะเริ่มมีผลบังคับใช้ และการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก
เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านกำลังพิจารณากลับไปเจรจาที่ปากีสถานอีกครั้งเร็วที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังการเจรจาเมื่อวันอาทิตย์จบลงโดยไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนไกล่เกลี่ยการเจรจาเดินทางถึงกรุงเตหะรานในวันที่ 15 เมษายน เพื่อพยายามป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีก
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า “เรารู้สึกดีเกี่ยวกับโอกาสในการบรรลุข้อตกลง” โดยเรียกการเจรจาที่ปากีสถานเป็นตัวกลางว่ามีประสิทธิภาพและยังดำเนินต่อเนื่อง” พร้อมปฏิเสธรายงานที่ว่าสหรัฐได้ขอขยายเวลาหยุดยิงสองสัปดาห์ที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันเมื่อวันที่ 8 เมษายน โดยขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันถึงการเจรจาแบบพบปะกันอีกครั้ง แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปากีสถาน
กองทัพปากีสถานยืนยันว่า จอมพลอาซิม มูนีร์ เดินทางถึงกรุงเตหะรานแล้ว แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านบอกว่า มูนีร์ ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจารอบก่อน จะพยายามลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่าย ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ใน X ต้อนรับจอมพลมูนีร์ และกล่าวว่าอิหร่านมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค




