เปิดโปรไฟล์ ‘พล.ท.นรธิป โพยนอก’ แม่ทัพภาค 4 ขุนพลอีสาน สู่ภารกิจดับไฟใต้  

ย้อนเส้นทางชีวิตและยุทธศาสตร์ของ ‘พล.ท.นรธิป โพยนอก’ หรือ ‘แม่ทัพยูร’ นายทหารสายยุทธการผู้เติบโตจากถิ่นอีสาน สู่เก้าอี้คุมบังคับบัญชาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในวันที่สปอร์ตไลท์ทุกดวงจับจ้องจากกรณีร้อน ‘คดียิง ส.ส.กมลศักดิ์’ และวาทะทางการเมืองที่ถูกตั้งคำถาม

การขยับตัวของกองทัพบกในช่วงปลายปี 2568 นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงตัวแม่ทัพคนใหม่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง กองทัพภาคที่ 4 เมื่อ ‘พล.ท.นรธิป โพยนอก’ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) รับภารกิจบริหารจัดการความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางบริบทความขัดแย้งที่มีความซับซ้อนและยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ

คอนเนกชัน ‘ตท.26 – จปร.37’ และสายสัมพันธ์อีสาน

พล.ท.นรธิป หรือที่คนในวงการทหารรู้จักในนาม ‘รองยูร’ (ยศในขณะนั้น) คือนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 37 (จปร.37) ซึ่งถือเป็นรุ่นที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในกองทัพปัจจุบัน โดยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

เส้นทางรับราชการของพล.ท.นรธิป เติบโตอย่างโดดเด่นในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญที่เป็นฐานอำนาจในภาคอีสาน อาทิ

ช่วงเวลาตำแหน่ง / บทบาทสำคัญภารกิจหลัก
พ.ศ. 2565-2567ผบ.พล.ร.3 / กกล.สุรศักดิ์มนตรีดูแลความมั่นคงชายแดนไทย-ลาว อีสานตอนบน
พ.ศ. 2568รองแม่ทัพภาคที่ 2บริหารกำลังพลและยุทธศาสตร์กองทัพภาคที่ 2
ต.ค. 2568 – ปัจจุบันแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4คุมภารกิจดับไฟใต้และรักษาความสงบจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประสบการณ์ ‘ยุทธการ-ชายแดน’ สู่แม่ทัพภาคที่ 4

จุดแข็งของ พล.ท.นรธิป คือประสบการณ์ด้านการวางแผนยุทธการและงานความมั่นคงชายแดนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการรับมือภัยคุกคามข้ามชาติและการประสานงานหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ประสบการณ์เหล่านี้ถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่กองทัพเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้

Advertisement
ภาพ: กองทัพภาคที่ 4

บทพิสูจน์ ‘วิกฤตศรัทธา’ และประเด็นร้อน ส.ส.ประชาชาติ

อย่างไรก็ตาม การดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ของพล.ท.นรธิป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อไม่นานมานี้เขาต้องเผชิญกับบททดสอบใหญ่ในคดี ‘คนร้ายลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ’ โดยพบหลักฐานว่ารถที่ใช้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับนายทหารสังกัด กอ.รมน.

วาทะที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือประโยคที่ว่า ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ซึ่งภายหลัง พล.ท.นรธิป ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ว่าเป็นการวิเคราะห์ในมุมมองของนักการทหารที่มองว่าหากเป็นปฏิบัติการของ “มืออาชีพ” เป้าหมายย่อมต้องบรรลุผล แต่กรณีนี้มีความผิดปกติที่ต้องรอผลสอบสวนทางคดีอย่างละเอียด

Advertisememt

นอกจากนี้ พล.ท.นรธิป ยังเปิดมุมมองต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “เราแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้มา 20 กว่าปีแล้วแต่ไม่จบ เพราะเราแก้กันที่ปลายเหตุ แต่ไม่ได้แก้กันที่ต้นเหตุคือโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาฎีกา ที่มีการบ่มเพาะ มีการสอน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง มากกว่าจะให้กองทัพแบกรับภารกิจเพียงลำพัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง