ชวน แนะ เลขาสมช. ถาม วิษณุ ใช้แนวทางอะไรดับไฟใต้ ห่วงหากไม่ใช้กม. แล้วจะใช้อะไรแก้

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในการพิจารณารับทราบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงเป้าหมายยุติเหตุรุนแรงในปี 2570 ว่า รายงานที่เรากำลังพิจารณาอยู่ตอนนี้เป็นผลมาจากการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2553 ซึ่งออกมาในสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำนโยบาย 3 ปีต่อ 1 ครั้ง ในความหมายของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำนิยามจะบอกไว้ว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายความว่า นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา เราต้องไม่ลืมจังหวัดที่เราไม่ได้เอ่ยถึง เช่น จังหวัดสตูล จึงอยากขอฝากเลขาธิการสมช.ว่าจังหวัดสตูล มีเหตุการณ์เกิดขึ้นน้อย นั่นคือเมืองสงบ ท่านอาจจะมองข้ามเวลาพัฒนาไปหลายเรื่องที่เขาขอที่ไม่ค่อยได้ จึงฝากเลขาสมช.ว่าจำเป็นจะต้องให้โอกาสเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีโอกาสเลยมองข้ามไป อย่างไรก็ตาม ช่วยตอบคำถามว่าเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ที่ได้พูดถึงมาจากอะไรและเกี่ยวข้องกับพื้นที่อย่างไร

ด้านนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสมช. กล่าวชี้แจงว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ประเด็นเรื่องความเข้าใจในกรอบที่เรานำมาปรับใช้ในการจัดทำร่างนโยบายฉบับนี้คือการเข้าใจเงื่อนไขของปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะในบริบทที่มีน้ำหนักเฉพาะของพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือการปฏิบัติตามหลักศาสนาต่างๆ ซึ่งหากเราเข้าใจในเงื่อนไขเหล่านั้น ก็จะสามารถที่จะนำไปสู่การเข้าถึงกลุ่มบุคคล บุคคลเป้าหมายและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างตรงจุด และนำไปสู่การกำหนดแนวทางคือการพัฒนาได้เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน ตามเป้าหมายกำหนดไว้

จากนั้นนายชวน กล่าวต่อว่า ตนเชื่อเรื่องชีวิตมีค่ายิ่งกว่าทุกอย่าง การที่เราต้องสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกระดับตลอดมายาวนาน เรานับตั้งแต่ปี 2547 จนบัดนี้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็นนายกฯ เดือนก.ย. ถึงวันนี้ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 42 คน ซึ่งไม่ใช่ความผิดท่าน แต่เกิดจากผู้ที่ต้องการให้เกิดความไม่สงบ ดังนั้น ข้อเท็จจริงเหล่านี้จึงเป็นข้อเท็จจริงที่การแก้ปัญหาต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าความจริงแล้วเรานับการสูญเสียตั้งแต่ปี 2547 นโยบายฉบับนี้ก็ได้เขียนไว้ว่า ภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงนับแต่การก่อตัวความรุนแรงรอบใหม่ในห้วงปี 2547 พบสถิติเหตุการณ์ในห้วงปี 2550 รุนแรงที่สุด ซึ่งปี 2547 คือการปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง นราธิวาส คนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารตายไป 4 คนได้ปืนไป 413 กระบอก เกิดจากนโยบาย เมื่อ 8 เม.ย. 2544 คือนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยวิธีจัดการเดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด เป็นนโยบายที่ให้ในหาดใหญ่วันที่ 8 เม.ย. 2544 นี่คือที่มาของทั้งหมด ในที่สุดมุสลิมก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่ ใช้เวลาอยู่ 3 ปีและ 4 ม.ค. 2547 เข้าปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง

นายชวน กล่าวต่อว่า จนถึงวันทุกวันนี้ก็เห็นใช้ยิงประชาชน เจ้าหน้าที่ ซึ่งความเชื่อของเหตุการณ์ในภาคใต้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาดในวันที่ 8 เม.ย. 2544 โดยเชื่อว่าคนร้ายมี 18 คนสามารถจัดการได้เดือนละ 10 คน 2 เดือนหมด บ้านเมืองก็เรียบร้อย และเชื่อว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต่างอะไรกับจังหวัดชายแดนอื่น จึงยกเลิกให้หมด ดังนั้น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก็ยกเลิก ซึ่งการยกเลิกก็เหมือนเรามองไม่เห็นปัญหา เกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นมากขึ้น จนในที่สุดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เกิดขึ้นเพราะในที่สุดปัญหารุนแรงยากที่จะแก้ไข รัฐบาลในขณะนั้นจึงต้องเข้าเฝ้าในหลวง เพื่อถวายแนวทางแก้ปัญหา พระองค์ท่านจึงแนะนำว่าการแก้ปัญหาในภาคใต้นั้น ต้องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เราไม่ได้ใช้เรื่องนี้กับเรื่องอื่น เป็นเรื่องเจาะจงที่พระราชทานที่หัวหิน ซึ่งคนที่รู้เรื่องนี้ 2 ท่านที่ยังอยู่คือ คนแรกอยู่ที่เรือนจำ และคนที่สองคือนายวิษณุ เครืองาม ตนก็แนะนำว่าควรจะสอบถามนายวิษณุ ว่าคำนี้มาด้วยวัตถุประสงค์อย่างไร ถ้าเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้การแก้ปัญหาก็จะชัดขึ้น

Advertisement

นายชวน กล่าวว่า นับจากปี 2547 จนบัดนี้เราสูญเสียพี่น้องของเรา ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทุกฝ่าย รวมทั้งพี่น้องพุทธ มุสลิมไปแล้ว 7,800 กว่าคน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นดังนั้นความหมายของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นเรื่องที่ในที่สุดรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ จึงต้องออกกฎหมายฉบับนี้ทดแทนกฎหมายเดิม หน่วยงานนโยบายเดิมที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยกเลิกไปรวมถึง ศอ.บต. ที่ยกเลิกไปใน 2545 ด้วยความเชื่อว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต่างกับจังหวัดชายแดนอื่นๆ

“สุดท้ายคือ เป็นเรื่องที่ผมไม่มั่นใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับกรณีที่ท่านบอกว่าจะไม่ใช้กฎหมาย เป็นแนวทางแก้ปัญหา ผมเป็นห่วง เพราะถ้าเราไม่ใช้กฎหมาย เราใช้อะไร เราใช้เหตุเกิดขึ้นเพราะไม่ใช่กฎหมาย แต่ไปใช้แนวทางนอกกฎหมายจึงเกิดเหตุทุกวันนี้ ดังนั้น ที่ท่านเขียนในข้อที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ขอให้อธิบายว่าจะใช้วิธีใด ในการที่จะหลีกเลี่ยงใช้กฎหมายที่เข้มข้น ที่อาจเป็นปัญหาในอนาคต”นายชวน กล่าว