บูเชชา อัลเมย์ดา กร้าวถึงเวลาปลดล็อก ก่อนดวล สปันน์ ศึกยูเอฟซี อาทิตย์นี้

มาร์คัส บูเชชา อัลเมย์ดา นักสู้สายปล้ำรุ่นยักษ์ชาวบราซิล ประกาศกร้าวถึงเวลาไล่ล่าชัยชนะไฟต์แรกในศึก UFC กับการขึ้นสังเวียน ดวลกับ ไรอัน สปันน์ คู่ต่อกรจอมเก๋าชาวอเมริกัน ในศึก UFC FIGHT NIGHT : STERLING VS ZALAL ณ สังเวียน Meta Apex , ลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน นี้

มาร์คัส บูเชชา อัลเมย์ดา ตำนานยิวยิตสูจากบราซิลวัย 36 ปี ที่เพิ่งจะเบนเข็มมาสู่วงการ MMA กล่าวแนะนำตัว พร้อมกับเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้น ในเส้นทางสายการต่อสู้ของตัวเองว่า

“พื้นฐานหลักของผมมาจากยิวยิตสู ผมคว้าแชมป์โลกระดับสายดำมา 13 สมัย และได้แชมป์ ADCC อีก 2 สมัย ซึ่งนั่นคือความสำเร็จสูงสุดของผมในวงการยิวยิตสู พอผมกวาดแชมป์มาหมดทุกอย่าง ผมเริ่มหมดไฟและขาดแรงจูงใจ นั่นคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจข้ามสายมาลุย MMA ผมต้องการความท้าทายใหม่ๆ และอยากพาตัวเองออกจาก Comfort Zone ช่วงแรกที่เริ่ม MMA ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นสายขาวอีกครั้ง แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองเลื่อนระดับขึ้นมาแล้ว ผมพัฒนาขึ้นในทุกๆ วัน และกำลังสนุกกับเส้นทางสายนี้มาก”

จอมซับมิชชันรุ่นยักษ์จากบราซิลที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึก UFC หลังจากขึ้นสังเวียนมา 2 ไฟต์ กล่าวถึงแรงจูงใจและเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ก่อนพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ในวันอาทิตย์นี้ว่า

Advertisement

“แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคาดหวังไว้ในตอนแรก ผมต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่เก่งๆ ตั้งแต่วันแรก เส้นทางนี้ไม่มีอะไรง่าย แต่นี่แหละคือวิถีของการสู้ในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลก และการดวลกับคนที่ดีที่สุด มันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ผมยอมรับว่าเคยรู้สึกกดดันบ้าง แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดมันผ่านไปแล้ว อย่างที่คุณบอก ผมเคยเสมอมาแล้ว เคยแพ้มาแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ขาดไปคือชัยชนะ และนั่นคือเป้าหมายเดียวที่ผมโฟกัสในตอนนี้ ผมต้องมองไปทีละก้าว แต่ถ้ามองในระยะยาว ผมต้องการเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ได้อายุน้อยๆ แล้ว ผมไม่ได้มีเวลาเหลือมากเท่าไหร่ ดังนั้นผมอยากใช้เวลาตรงนี้ให้คุ้มค่าที่สุด ปีนี้ถ้าเป็นไปได้ผมอยากสู้อีกสัก 3 ไฟต์ในปีนี้ นั่นคือเป้าหมายหลักของผม”

ขณะเดียวกัน บูเชชา ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรวมทั้งการทำน้ำหนักในรุ่นเฮฟวีเวตของตัวเอง ก่อนขึ้นสังเวียนใน UFC เป็นไฟต์ที่ 3 ว่า “ผมมีแคมป์ฝึกซ้อมที่ดีมาก การเตรียมตัวของผมพร้อมสุดๆ ตอนนี้ผมรู้สึกดีมากและตื่นเต้นกับไฟต์ที่กำลังจะมาถึง หลังจากไฟต์ล่าสุด ผมได้พักไปช่วงหนึ่งก่อนจะกลับมาลุยซ้อมต่อ ตอนนี้ร่างกายเยี่ยมมาก และพร้อมสำหรับวันอาทิตย์นี้แล้ว ส่วนเรื่องการทำน้ำหนัก มันไม่ยากเลย ผมแทบไม่ต้องรีดน้ำหนักเลย ปกติผมเดินสายปล่อยตัวอยู่ที่ประมาณ 250-255 ปอนด์ ซึ่งมันกำลังดีสำหรับผม ผมไม่ชอบเป็นพวกเฮฟวี่เวตตัวใหญ่ยักษ์ ที่ต้องทรมานลดน้ำหนักให้ลงมาอยู่ที่ 265 ปอนด์ ผมรู้สึกว่าน้ำหนักเท่านี้ทำให้ผมขยับตัวได้เร็วและคล่องตัวมาก การไม่ต้องกังวลเรื่องทำน้ำหนักถือเป็นเรื่องดีจริงๆ สำหรับผม”

สำหรับคู่ต่อกรของ บูเชชา ในวันอาทิตย์ก็คือ ไรอัน สปันน์ นักสู้จอมเก๋าวัย 34 ปี ที่มีสถิติชนะ 23 แพ้ 11 โดยก่อนขึ้นสังเวียน นักสู้จากแดนแซมบ้า ได้พูดถึงความอันตรายของคู่แข่งรายนี้ โดยเปิดเผยว่า “ไรอัน สปันน์ เป็นนักสู้ MMA ที่ครบเครื่องมาก ทั้งทักษะการยืนสู้ การปล้ำและยิวยิตสู เขาอันตรายในทุกสถานการณ์และมีความเกาะเกี่ยวสูง ผมจะประมาทหรือทำพลาดไม่ได้เลย เพราะเขาเก๋าเกมและมีประสบการณ์สูงมาก นั่นคือจุดแข็งของเขา”

สุดท้าย มาร์คัส บูเชชา อัลเมย์ดา ยังเล่าถึงประสบการณ์การขึ้นสังเวียนในประเทศไทย พร้อมฝากข้อความและขอกำลังใจไปยังแฟนๆชาวไทย โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมมีความสุขมากทุกครั้งที่ได้ไปชกที่เมืองไทย ผมเคยมีโอกาสขึ้นชกที่สนามมวยลุมพินี 2 ครั้ง บรรยากาศและพลังของแฟนมวยชาวไทย มันสุดยอดมากจริงๆ ทุกครั้งที่มีการออกอาวุธ แฟนๆจะส่งเสียงเชียร์กันดังสนั่น มันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากสำหรับชีวิตผม ผมเคยทั้งแพ้และชนะที่นั่น สุดท้ายนี้ ผมอยากขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยทุกคนสำหรับการสนับสนุน ผมรักเมืองไทยมาก และมีเพื่อนอยู่ที่นั่นเยอะเลย ทั้งในภูเก็ตและกรุงเทพฯ ผมพยายามจะกลับไปทุกปีถ้าทำได้ และหวังว่าสักวันจะได้กลับไปโชว์ฝีมือที่นั่นอีก บางทีในอนาคตมันอาจจะมี UFC เกิดขึ้นที่ประเทศไทยก็ได้ มันคงจะยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจครับ”

สำหรับการต่อสู้ภายใต้ศึก UFC FIGHT NIGHT : STERLING VS ZALAL จะระเบิดศึก ที่สังเวียน Meta Apex ลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน นี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง TRUE SPORTS HD3 (668) และแอปพลิเคชั่น UFC Fight Pass https://www.ufc.com/event/ufc-fight-night-april-25-2026