
ยกเครื่องเพื่อไทย ปรับโครงสร้าง กก.บก.เพิ่ม 13 ตำแหน่ง ดึง ‘ณัฐธิดา’ ลูกสาวสมศักดิ์ นั่งรองหัวหน้าภาคเหนือตอนล่าง ‘จิราพร’ รับผิดชอบอีสานกลาง ขณะที่ ‘จุลพันธ์’ กางแผนบริหารแบบมีเจ้าภาพรับผิดชอบพื้นที่ เมินคนนอกมอง พท.วิกฤต
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย 2569 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยมีการเลือกตั้งวันนี้มีเพิ่มจำนวน 13 คน โดยส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารเดิม ที่ลาออกจากตำแหน่งช่วงที่มีการเลือกตั้ง
โดยคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ มีทั้งสิ้น 29 คน ประกอบด้วย 1.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค 2.นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ด้านกฎหมาย 3.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวพรรค ด้านวิชาการ 4.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคด้านข้อมูลและกิจการพิเศษ 5.นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคด้านการต่างประเทศ 6.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคด้านกิจการสภา
7.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือบน แทนนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ที่ขยับไปเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2/8.น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือล่าง แทนนายจเด็ศ จันทราอดีต สส.พิษณุโลก/9.นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสานบน
10.น.ส.จิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสานกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เพิ่มเติมขึ้นมา, 11.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสานล่าง, 12.นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคกลาง ซึ่งลาออกในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง, 13.น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาค กทม., 14.นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคใต้
15.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค/16.นายธนรัช จงสุทธานามณี รองเลขาธิการพรรคฝ่ายนโยบายและวิชาการ แทน น.ส.ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ที่ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/17.น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรคฝ่ายกฎหมาย, 18.นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคและฝ่ายสื่อสารและแคมเปญ /19.นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคฝ่ายสมาชิกพรรคสัมพันธ์
20.น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคฝ่ายสนับสนุนข้อมูล, 21.นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ รองเลขาธิการพรรคฝ่ายประสานงานพื้นที่, 22.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรค, 23.นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช กรรมการบริหารพรรค, 24.นายกฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหารพรรค,
25.นายวรวงศ์ วรปัญญา กรรมการบริหารพรรค, 26.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการบริหารพรรค, 27.นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ กรรมการบริหารพรรค/28.ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ นายทะเบียนพรรค, 29.นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคณะที่ปรึกษากรรมการบริหารพรรคที่มีการตั้งขึ้นใหม่นี้จะทำหน้าที่แทนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่มีก่อนหน้านี้

จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ว่า พรรคได้หารือในประเด็นสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนพรรค โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมให้ครบ 29 ท่านตามข้อบังคับ เพื่อปรับโครงสร้างพรรครองรับการเติบโตอย่างมั่นคง
นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อเตรียมความพร้อมตามกฎหมายสำหรับกรณีที่มีการเลือกตั้งซ่อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน เรามีอุดมการณ์แน่วแน่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ความชัดเจนในวันนี้คือการเดินหน้าเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อนำนโยบายของพรรคไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในระบอบรัฐสภา
พรรคการเมืองทุกพรรคต้องถูกตรวจการบ้านโดยประชาชนสม่ำเสมอ และการตรวจการบ้านครั้งใหญ่ที่สุดคือการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่เรายังสามารถนำพาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่ได้ถึง 74 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอจะขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ขอยืนยันว่า ด้วยจำนวน สส. และองคาพยพทั้งหมดที่เรามี ทั้งสมาชิกและผู้สมัครที่ยังคงใกล้ชิดพื้นที่ เราพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่มีต่อไป
ตราบใดที่ประชาชนยังต้องการการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ และสังคม พรรคเพื่อไทยยังต้องดำรงอยู่เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนนั้น เราจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป การปรับตัวครั้งใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจึงเป็นเวลาแห่งการถอดบทเรียน รับฟังเสียงของตนเอง และรับฟังสังคม ทั้งจากแฟนคลับ สมาชิกพรรค และผู้เห็นต่าง
“เราได้รับข้อมูลจำนวนมากและได้เรียนรู้ความผิดพลาด เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ความจริงบางครั้งอาจไม่สวยหรู แต่มันจำเป็นสำหรับการก้าวเดินต่อ วันนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนสำคัญเพื่อให้พรรคเพื่อไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า ตนขอนำเสนอโครงสร้างการบริหารพรรคที่จะใช้เดินหน้าในอีก 4 ปีข้างหน้า คือการปรับการบริหารแบบมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทุกปัญหาต้องมีคนรับผิดชอบ ทุกพื้นที่จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน 3 ส่วน คือ ตัวพรรค, สภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหาร (คณะรัฐมนตรี) โจทย์สำคัญคือทุกปัญหาต้องมีเจ้าของ และทุกพื้นต้องมีคนดูแล
สำหรับการปรับกระบวนทัศน์การบริหารครั้งนี้ นอกจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายแล้ว เราจะใช้กลไกคณะผู้บริหาร เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารหรือสมาชิกอีก 5-9 ท่าน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคยังมีอำนาจแต่งตั้ง คณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยคิดยุทธศาสตร์และนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยรวบรวมบุคลากรผู้ทรงความรู้และประสบการณ์ เช่น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายท่าน เช่น ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นต้น คณะผู้บริหารและที่ปรึกษาจะประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานตอบโจทย์ประชาชนตามที่สมาชิกพรรคตั้งความหวังไว้
นายจุลพันธ์ระบุอีกว่า โครงสร้างพรรคใหม่นี้เกิดจากการสำรวจตัวเอง เพื่อสร้างพรรคให้เข้มแข็งแต่ยืดหยุ่น เราจะไม่ยอมแพ้ตราบใดที่ประชาชนยังฝากความหวังไว้กับเรา ความตั้งใจของเรายังแข็งแกร่งที่จะพัฒนาพรรคเพื่อไทยให้เติบโตเป็นพรรคแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และเรายังยึดมั่นในการนำนโยบายไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้สำเร็จ
“คนนอกอาจมองว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะวิกฤตหรือสะดุดติดขัด แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยที่เราต้องกังวล สถาบันการเมืองไม่ใช่เวทีละครที่จะเล่นตามบทที่ใครกำหนด แต่เราคือองค์กรที่มีชีวิต เราจะเดินหน้าโดยใช้ลมหายใจและความหวังของประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อน เมื่อเป้าหมายของประชาชนคือที่ตั้ง ภารกิจของเราจึงไม่มีวันสิ้นสุด” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า ขอขอบพระคุณสมาชิกพรรค สส. กรรมการบริหาร และประชาชนทุกคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ขอบคุณที่เดินร่วมทางกันมาจนถึงวันนี้ และตนเชื่อมั่นว่าการเดินทางต่อจากนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้ตามที่เราตั้งปณิธานไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง





