
เมื่อวันที่ 26 เมษายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสังเกตต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ในประเด็นรายได้จากธุรกิจเติมน้ำมันเรือ (Bunkering) ว่า รัฐบาลรับฟังทุกความเห็นด้วยความเคารพ บางประเด็นอาจตั้งอยู่บนความเข้าใจที่ยังไม่ครบถ้วนทั้งในเชิงอุตสาหกรรมพลังงาน และรูปแบบธุรกิจในระดับสากล ประเทศไทย มีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่ง และมีกำลังการผลิตรวมสูงกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จึงอยู่ในฐานะผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคอยู่แล้ว ดังนั้นการระบุว่าไทย ไม่มีศักยภาพจึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเชิงอุตสาหกรรม
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ในมิติของธุรกิจเติมน้ำมันเรือ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนการมีโรงกลั่นในพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ ในเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ โดยใช้โมเดล Trading Hub ที่เน้นปริมาณและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้จริงในตลาดโลก
แต่ประเด็นสำคัญที่ควรทำความเข้าใจให้ชัด คือ ตัวเลขประมาณการ 50,000 ล้านบาท เป็นรายได้หมุนเวียน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ กำไรสุทธิของรัฐหรือเอกชน การนำตัวเลขดังกล่าวไปตีความว่าเป็นกำไรโดยตรง จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญของโครงการ
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลได้ออกแบบการดำเนินโครงการ ให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนในส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น คลังน้ำมันและระบบบริการ ผ่านกลไกการร่วมลงทุน (PPP) โดยรัฐทำหน้าที่กำหนดทิศทางและวางโครงสร้างเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อลดภาระงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน ทั้งนี้การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ขณะเดียวกันฝ่ายค้านมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ ท้วงติง และเสนอแนะ ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังอย่างสร้างสรรค์ การอภิปรายหรือข้อเสนอแนะควรตั้งอยู่บนข้อมูลและเหตุผลที่ครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวม
“ที่ผ่านมา ประเทศไทยเสียโอกาสในการพัฒนาไปไม่น้อย จากกระแสคัดค้านที่ตั้งอยู่บนข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการตีความที่คลาดเคลื่อน ไม่เพียงกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่ยังส่งผลต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า และโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องพิจารณาในภาพรวมทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงตัวเลขบางรายการ รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเปิดรับทุกข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว





