ยูเครนจัดพิธีรำลึกครบรอบ 40 ปีหายนะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด เมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยมีประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสหภาพยุโรป (อียู) เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ท่ามกลางสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย
พิธีรำลึกดังกล่าวจัดขึ้นในกรุงเคียฟและที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เซเลนสกี และนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการพลังงานอียูร่วมจุดเทียนไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและผู้คนหลายล้านคนถูกปนเปื้อนด้วยสารกัมมันตรังสี

เซเลนสกีกล่าวว่า “ทุกวันนี้ ความเสี่ยงในยูเครนไม่ได้ลดลงไปเลยจากสิ่งที่รัสเซียทำกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย และภาคพลังงานและดินแดนของยูเครน” สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทำให้เกิดความกังวลว่าหายนะทางนิวเคลียร์อาจเกิดขึ้นอีก เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลและซาปอริซเซียมักถูกโจมตีในช่วงการสู้รบ อาทิ เหตุการณ์โดรนของรัสเซียโจมตีใส่โดมที่สร้างครอบเพื่อกักเก็บสารกัมมันตรังสีของเชอร์โนบิล
ถึงแม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ทำให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหล แต่ต้องใช้งบประมาณมากถึงอย่างน้อย 500 ล้านยูโรเพื่อซ่อมแซมป้องกันความเสียหายถาวร กรอสซีให้ความเห็นว่าควรเริ่มมีการซ่อมแซมโดมดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ตรัสว่าหายนะของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลได้สร้างบาดแผลต่อมโนธรรมของมนุษย์ และวิงวอนให้ประเทศต่างๆ ใช้นิวเคลียร์เพื่อพัฒนาชีวิตของประชาชนและใช้ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพ






