แม่ขอความเป็นธรรม ถูกทนายดังหลอกเงินไปครึ่งล้าน อ้างจะเอาไปช่วยประกันตัว ก่อนหนีหายจนลูกติดคุกฟรี

แม่ร้องขอความเป็นธรรม ถูกทนายดังสุดแสบ หลอกเงินลูกความไปครึ่งล้าน อ้างตำรวจเรียกเงิน และจะเอาไปช่วยประกันตัว ก่อนหนีหาย จนลูกติดคุกฟรีทนายไม่ยอมนำเงินมาประกันตัว

เวลา 10.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2569 ที่เพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม นางจิรวัลย์ อายุ 46 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกทนายความชื่อดังหลอกเรียกเงินรวมกว่า 500,000 บาท อ้างนำไปใช้ประกันตัวและไกล่เกลี่ยคดีลูกชาย แต่สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการได้ ส่งผลให้ลูกชายถูกจำคุกโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือ

นางจิรวัลย์ เปิดเผยว่า ลูกชายอายุ 22 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2567 ในข้อหาบัญชีม้า หลังหางานผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกดำเนินคดี ทำให้ครอบครัวต้องเร่งหาทางช่วยเหลือ จึงติดต่อทนายความรายหนึ่ง โดยตกลงจ่ายค่าจ้าง 30,000 บาท และค่าเดินทาง 7,000 บาท

ภายหลัง ทนายความแจ้งว่าสามารถช่วยให้ลูกชายไม่ต้องติดคุกได้ แต่ต้องใช้เงิน 350,000 บาท เพื่อนำไปไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีที่สถานีตำรวจ โดยไม่อนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมการเจรจา นางจิรวัลย์จึงตัดสินใจนำที่ดินไปจำนอง เพื่อนำเงินมาจ่ายให้ตามที่ร้องขอ พร้อมได้รับการยืนยันว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และแนะนำให้ลูกชายรับสารภาพเพื่อให้คดีดำเนินไปโดยเร็ว

ต่อมาศาลมีคำพิพากษาจำคุกลูกชายเป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน นางจิรวัลย์จึงติดต่อทนายความอีกครั้งเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยทนายความระบุว่าจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้ แต่ต้องใช้เงินเพิ่มอีก 200,000 บาท ผู้เสียหายจึงไปยืมเงินจากญาติเพื่อนำมาชำระ พร้อมสอบถามว่าสามารถไปดำเนินการที่ศาลด้วยตนเองได้หรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่จำเป็น ให้รอรับตัวที่เรือนจำได้เลย

กระทั่งวันที่ 21 มีนาคม 2569 หลังโอนเงินจำนวน 200,000 บาทไปแล้ว ทนายความกลับไม่สามารถติดต่อได้ นางจิรวัลย์จึงโทรสอบถามไปยังศาลด้วยตนเอง ก่อนทราบว่าในคดีดังกล่าวไม่มีการยื่นประกันตัวหรือดำเนินการใด ๆ ตามที่กล่าวอ้าง

ภายหลังจากนั้น ทีมทนายความได้ติดต่อกลับและสอบถามว่าผู้เสียหายได้ติดต่อศาลหรือไม่ เมื่อยอมรับว่าได้สอบถามข้อมูล ทนายความจึงเสนอคืนเงินจำนวน 200,000 บาท โดยผู้เสียหายได้ส่งเลขบัญชีและได้รับเงินคืนในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม สำหรับเงินจำนวน 350,000 บาทในรอบแรก เมื่อสอบถามถึงการนำไปใช้ ทนายความไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ และระบุเพียงว่าไม่ได้รับประกันว่าลูกชายจะไม่ติดคุก ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกผิดหวัง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการยืนยันว่าจะสามารถช่วยเหลือได้

นางจิรวัลย์ ระบุว่า ปัจจุบันต้องแบกรับภาระหนี้สินรวมดอกเบี้ยกว่า 400,000 บาท จากการนำที่ดินไปจำนอง อีกทั้งยังไม่มีเงินสำหรับยื่นประกันตัวลูกชายในชั้นอุทธรณ์ ต้องรับภาระดอกเบี้ยเดือนละหลายพันบาท ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ และต้องพยายามหาเงินใช้หนี้ในขณะที่ลูกชายยังคงถูกคุมขัง

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ต้องการให้ทนายความออกมาชี้แจงการใช้เงินจำนวน 350,000 บาท ว่านำไปดำเนินการใด อ้างว่าจะใช้เคลียร์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องสามารถระบุได้ว่าเป็นการดำเนินการกับใคร หากไม่สามารถชี้แจงได้ ควรคืนเงินให้ผู้เสียหาย

ทั้งนี้ หากยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน จะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สภาทนายความตรวจสอบพฤติกรรมอย่างจริงจัง เนื่องจากมองว่าเป็นการใช้ความรู้ทางกฎหมายเอาเปรียบประชาชนที่เดือดร้อน โดยย้ำว่า ไม่ว่าลูกชายของผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่ ก็ไม่ควรถูกซ้ำเติมในลักษณะนี้