
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหภาพยุโรป(อียู)ประกาศในวันจันทร์(27 เม.ย.)ว่า ได้ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาออกไปจนถึงอย่างน้อยเดือนพฤษภาคมปี 2027 เพื่อคงแรงกดดันต่อผู้คณะผู้ปกครองทหารของเมียนมาเอาไว้ต่อไป ซึ่งเป็นผลจากก่อการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อกว่า 5 ปีก่อน
มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวรวมถึงการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเดินทาง และการห้ามส่งอาวุธ ที่ดำเนินการต่อบุคคล 105 ราย และองค์กร 22 แห่ง ซึ่งอียูกำหนดออกมาบังคับใช้ครั้งแรกหลังเกิดเหตุรัฐประหารขึ้นในเมียนมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 และมีการปราบปรามผู้เห็นต่างที่เกิดขึ้นตามมา
“สหภาพยุโรปขอย้ำการประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำของกองทัพเมียนมานับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021” อียูระบุ โดยอ้างถึงสิ่งที่อธิบายว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงอย่างต่อเนื่องและการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างกว้างขวางของคณะผู้ปกครองทหารเมียนมา
อียูยังเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงทั้งหมดและปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการ พร้อมระบุอีกว่าจะยังคงระงับความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงแก่รัฐบาลเมียนมาและระงับความช่วยเหลือใดๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการให้ความชอบธรรมแก่ผู้นำกองทัพด้วย
ทั้งนี้ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ระบุว่า เมียนมามีผู้พลัดถิ่นอย่างน้อย 3.6 ล้านคนนับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร ขณะที่สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง(AAPP) ยืนยันว่ามีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตในช่วงของเหตุความขัดแย้งรุนแรงในเมียนมาเกือบ 8,000 ราย และถูกจับกุมเกือบ 31,000 ราย โดยมากกว่า 22,000 คนยังคงถูกคุมขังอยู่




