
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการฯ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 ภายหลังจาก ชีค โจอัน บิน ฮาหมัด อัล-ทานี ประธานประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และประธานโอลิมปิกแห่งประเทศกาตาร์ ได้เดินทางมาเข้าพบและร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรี ที่คณะกรรมการโอลิมปิคฯ เมื่อวันที่ 27 เมษายน
ผศ.พิมล กล่าวว่า ในส่วนของการเข้าพบนายกรัฐมนตรีนั้น ส่วนหนึ่งคือเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกเรื่องที่สำคัญและปฏิเสธไม่ได้ก็คือเรื่องของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ซึ่งทางประธานโอซีเอ บอกว่าเขามีความหวังว่าอยากจะให้ยูธ โอลิมปิกเกมส์ อยู่ที่ประเทศไทย อยู่ในทวีปเอเชีย ซึ่งท่านชีคพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ก็รับฟัง พร้อมสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ทั้งเรื่องของวันที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) จะตัดสินเจ้าภาพ ตลอดจนการเลือกเจ้าภาพมีขั้นตอนอะไรบ้าง ซึ่ง ไอโอซี จะพิจารณาเลือกเจ้าภาพในการประชุมสมัชชาใหญ่ ในวันที่ 25 มิถุนายน ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี 3 ประเทศที่ผ่านเข้ารอบ คือ ชิลี, ปารากวัย และไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ประเทศไทย ติดขัดปัญหาในส่วนใดบ้าง ซึ่งทาง ผศ.พิมล ตอบว่า เรื่องของหนังสือรับรองจากรัฐบาล รวมทั้งหนังสือการันตีห้องพัก จำนวน 5,000 ห้อง ซึ่งตรงนี้ต้องเรียนว่าทางคณะทำงานของยูธโอลิมปิกเกมส์ เขาก็เข้าใจดี เพราะว่าเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล ตอนนี้ในส่วนของโอลิมปิคไทย รวมทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ก็ต้องมาดูว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่อยากจะเรียนว่าประเทศไทย มีภาษีดีมากๆ หลายชาติก็อยากมาเมืองไทย เพราะเรามีข้อดีมากมายทั้งความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงเรื่องของวัฒนธรรม, แหล่งท่องเที่ยว




