
รมว.พาณิชย์ แจง ‘พิมรี่พาย’ ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท เป็นเทคนิคโปรโมชั่น-เชื่อไม่น่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพ ย้ำมีหลายเกรด ยันมีแผนล่วงหน้ารับมืออุปทานเกิน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดรามาขายทุเรียน ว่า ปีนี้ทุเรียนมีผลผลิตออกมามากกว่า 33% หรือ 2 ล้านตัน ต้องทำการตลาดเชิงรุก ต้องดูทั้งอุปสงค์และอุปทาน และดูตลาดภายในและภายนอกประเทศ โดยตลาดภายนอกประเทศจะขยายตลาดเพิ่ม ไปยังเมืองรองของประเทศจีนมากขึ้น ขณะที่การตลาดภายในประเทศต้องดูในหลายช่องทาง
นางศุภจี ชี้แจงกรณีของพิมรี่พาย ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ราคาขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ซึ่งคุณภาพอาจจะไม่ตรงปก ว่า เชื่อว่าเป็นเทคนิคในการทำโปรโมชั่น ส่วนจะมีการกำหนดเงื่อนไขหรือระยะเวลาในการขายอย่างไรต้องรอดู ซึ่งเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพไม่ตรงปก เพราะกระแสแรงขนาดนี้ มีคนจับตามองเยอะแยะมากมาย หน่วยงานที่ควบคุมกำกับ ต้องจับตาเช่นเดียวกัน
จึงเชื่อว่าพิมรี่พาย จะไม่กล้าทำเช่นนั้น พร้อมย้ำเรื่องของมุมราคายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะมีผลผลิตออกมามากก็ตาม ซึ่งราคาเอเกรดบี ซึ่งเป็นเกรดส่งออก จะอยู่ที่ประมาณ 140-150 บาท/ กิโลกรัม
ดังนั้นย้ำว่าทุเรียนมีหลายเกรด หลายสายพันธุ์ และหลายคุณภาพ จึงขอให้เราดูโปรโมชั่นของพิมพ์รี่พายก่อน เชื่อว่าจะเป็นไปด้วยความถูกต้องตามที่ได้ลงกับชาวสวนไว้อยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะดูแลส่งเสริมในเรื่องของกลไกการตลาด และการตลาดเชิงรุกพร้อมเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพราะผลผลิตปีนี้ออกมาเยอะ
ส่วนดรามาที่ออกมาเนื่องจากสื่อสารไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เชื่อว่าเกิดจากกรณีที่พิมพ์รี่พาย ทุเรียน 1 ลูก ราคา 100 บาท ย้ำว่าต้องรอดู เพราะการจัดทำโปรโมชั่น ต้องมีเงื่อนไขต่างๆ มากมาย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับส่วนนี้ เพราะจะดูแค่เรื่องคุณภาพ และดูแลเรื่องราคาโดยรวม และดูแลอินฟลูเอนเซอร์ ทุกคนเท่ากัน
โดยในวันนี้ตนไม่ได้เดินทางไปร่วมไลฟ์ขายกับพิมพ์รี่พายด้วยตามที่มีกระแสกระแสข่าว ตนทำงานตลอดคงไม่ได้ไป หรือแม้กระทั่งบอกตนไลฟ์ขายกับคนจีน 3 ชม. แต่ความจริงแค่ 3 นาทีเท่านั้น
สำหรับกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน มองว่าอยากให้กระทรวงพาณิชย์ ศึกษาเรื่องกลไกการตลาด เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมเกษตรกร นางศุภจี ชี้แจงว่า กระทรวงพาณิชย์ มีการทำแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เมื่อเห็นว่าอุปทานในปีนี้เกินแน่นอน การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ทันอย่างแน่นอน จึงต้องเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ รวมถึงดูการตลาดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เน้นเรื่องการขายสินค้าแปรรูป เพื่อให้สามารถขายทุเรียนที่มีคุณภาพรองลงมาได้ และอยู่ในตลาดได้ทุกฤดูกาล
นอกจากนี้ผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น มังคุด เงาะ กระทรวงพาณิชย์มีการวางแผนดูแลสินค้าการเกษตรทุกตัว มีการทำปฎิทินว่าแต่ละช่วงเดือนจะมีอะไรออกมา แต่วันนี้ทุเรียนซึ่งเรียกราชาผลไม้ หากราคาดี ผลไม้อื่นก็จะราคาดีด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





