‘สีหศักดิ์’ แจ้งกัมพูชา เดินหน้ายกเลิก MOU 44 ไม่กระทบเจรจา

‘สีหศักดิ์’ พบหารือ ‘ปรัก สุคน’ แจ้งปมไทยเดินหน้ายกเลิก MOU 44 ย้ำไม่กระทบการเจรจากับกัมพูชา ยกเคส ‘มาเลเซีย’ เคยเจรจาสำเร็จ ภายใต้กรอบ UNCLOS

มติชน รายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Ministerial Meeting : AEMM) ครั้งที่ 25 ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการรักษาข้อตกลงหยุดยิงตามถ้อยแถลงร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 และพร้อมที่จะยึดมั่นดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ภายใต้ถ้อยแถลงร่วม เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างกัน รวมถึงใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความเข้าใจกัน โดยละเว้นการกล่าวหาและให้ข้อมูลที่บิดเบือน บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี

พร้อมกันนี้นายสีหศักดิ์แจ้งประเด็นสำคัญต่อฝ่ายกัมพูชาโดยตรงคือ ไทยกำลังอยู่ในกระบวนการยกเลิก MOU 44 หรือบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในไม่ช้า และจะมีหนังสือแจ้งฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการหลังมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิก MOU 44

Advertisement

นายสีหศักดิ์ย้ำว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกการเจรจา แต่เป็นการปรับไปใช้กรอบการเจรจาที่ชัดเจนและเป็นสากลมากขึ้น ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยจะเริ่มจากการบริหารจัดการเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาในพื้นที่ทับซ้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต่อข้อกังวลของประชาชนไทย นายสีหศักดิ์ระบุว่า MOU 44 มีผลบังคับใช้มากว่า 20 ปี แต่ยังไม่เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จึงจำเป็นต้องหาแนวทางใหม่ที่เหมาะสมกว่า

Advertisememt

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างถึงการเจรจากับมาเลเซียในอดีต ก็สามารถดำเนินการภายใต้กรอบ UNCLOS ได้โดยไม่ต้องมี MOU ลักษณะเดียวกัน และยืนยันว่าการปรับกรอบครั้งนี้จะไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ แต่จะทำให้การเจรจาชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยพร้อมเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยอาศัยความร่วมมือชายแดน ความมั่นคงชายแดน และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมเอื้อต่อการหารือในทุกระดับต่อไป

สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ฝ่ายกัมพูชาแสดงความประสงค์จัดประชุม ขณะที่ฝ่ายไทยชี้แจงว่าต้องมีการเตรียมการภายในก่อน โดยเฉพาะองค์ประกอบของคณะผู้แทนไทย และควรมีการเตรียมการก่อนการประชุม JBC อย่างเป็นทางการ เพื่อให้การหารือดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง