กูเกิล ทำข้อตกลงกับเพนตากอน ให้ใช้ AI สำหรับงานที่เป็นความลับ พนง.ลุกฮือ ไม่เห็นด้วย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ดิอินฟอร์เมรชั่น อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว ระบุว่า กูเกิล ได้ลงนามข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือ เพนตากอน ในการใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ สำหรับงานที่เป็นความลับของเพนตากอน

ข้อตกลงดังกล่าว จะเปิดทางให้เพนตากอน สามารถใช้เอไอ ของกูเกิล สำหรับวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการเข้าร่วมกับ โอเพ่น เอไอ และ เอ็กซ์ เอไอ ของ อีลอน มัสก์ ที่ทำข้อตกลงกับเพนตากอน ในการใช้โมเดลเอไอ สำหรับงานที่เป็นความลับ

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้ ขณะที่อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล และกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ต่างไม่ขอแสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว

รายงานระบุว่า เมื่อปี 2025 เพนตากอน ได้ลงนามในข้อตกลง มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อฉบับ กับบรรดาห้องปฏิบัติการเอไอรายใหญ่ รวมถึง แอนโทรปิก , โอเพ่น เอไอ และกูเกิล โดยเพนตากอน ต้องรักษาความยืดหยุ่นในการป้องกันประเทศ และต้องไม่ถูกจำกัดด้วยคำเตือนจากผู้สร้างเทคโนโลยีเกี่ยวกับการใช้เอไอ ที่ไม่น่าเชื่อถือ ในการขับเคลื่อนอาวุธ

อย่างไรก็ตาม โฆษกของกูเกิล พับลิก เซคเตอร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลธุรกิจที่ทำกับรัฐบาลสหรัฐ กล่าวกับ ดิอินฟอร์เมชั่นว่า ข้อตกลงใหม่นี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมที่มีอยู่

Advertisement

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก “เดอะฮิลล์” ระบุว่า พนักงานของกูเกิลหลายร้อยคน ต่างพากันออกมากดดันซีอีโอของกูเกิล ให้ปฏิเสธข้อตกลงใดๆ ที่จะให้เพนตากอนใช้เอไอของกูเกิล ในงานที่เป็นความลับ โดยเตือนว่า กูเกิลอาจจะเป็นเหมือนกับ แอนโทรปิก ที่ถูกสั่งให้ใช้งานทางทหารเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เดอะฮิลล์ รายงานว่า จดหมายที่ลงนามโดยพนักงานกว่า 600 คน ของกูเกิล ดีพมายด์ และคลาวด์ ถูกเผยแพร่ออกมาเกือบ 2 เดือน หลังจากที่แอนโทรปิก ถูกถอดออกจากความร่วมมือกับเพนตากอน ภายหลังจากที่บริษัทเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมสำหรับการใช้เอไอด้านการเฝ้าระวังมวลชนในประเทศ หรือการพัฒนาอาวุธอัตโนมัติ

จดหมายลงนามของพนักงานดังกล่าว ถูกส่งให้ “ซุนดาร์ พิชัย” ซีอีโอของกูเกิล เมื่อวันที่ 27 เมษายน ระบุว่า ขณะนี้กูเกิลยังไม่มีวิธีที่จะรับประกันได้ว่า เครื่องมือของบริษัทจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล

“ในฐานะคนทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์ เราทราบดีว่า ระบบเหล่านี้สามารถรวมศูนย์อำนาจไว้ และก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ พวกเรามองว่าการที่เราอยู่ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีนี้ ทำให้เกิดความรับผิดชอบในการชี้ให้เห็นและป้องกันการใช้งานที่ไร้จริยธรรมและเป็นอันตรายที่สุด”

ทั้งนี้ จากรายงานของ ดิอินฟอร์เมชั่น ระบุว่า กูเกิลและเพนตากอน ได้หารือกันเกี่ยวกับข้อกำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้เอไอถูกนำไปใช้ในการสอดแนมมวลชนหรืออาวุธไร้คนขับโดยปราศจากการควบคุมของมนุษย์

ซึ่งในจดหมายของพนักงาน แย้งว่า การบังคับใช้ข้อกำหนดเหล่านี้นั้น ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ และวิธีเดียวที่จะรับประกันได้ว่า กูเกิล จะไม่เกี่ยวข้องกับอันตรายดังกล่าว คือการปฏิเสธงานที่เป็นความลับ เพราะงานลับอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียง ธุรกิจ และบทบาทของกูเกิลในโลก