ราคาน้ำมันทะลุ 111 ดอลลาร์ หลังทรัมป์จ่อปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อ คาดโอเปกระส่ำยูเออีถอนตัว

ราคาซื้อขายน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในวันที่ 29 เมษายน เป็นผลมาจากรายงานข่าวว่าสหรัฐอเมริกาจะขยายระยะเวลาในการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานในตะวันออกกลางให้ลากยาวออกไปกว่าเดิม

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัลด์รายงานเมื่อค่ำวันที่ 28 เมษายน ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้สั่งการให้เตรียมการขยายการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน และจะพุ่งเป้าเล่นงานภาคเศรษฐกิจและน้ำมันของอิหร่านด้วยการปิดล้อมไม่ให้อิหร่านใช้ท่าเรือของตัวเอง

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 3.68% อยู่ที่ 99.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ดีดตัวขึ้น 2.68% อยู่ที่ 111.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้น 0.57% ขึ้นมาเป็น 100.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังดีดตัวขึ้นถึง 3.7% ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้านี้ ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 7 ในรอบ 8 วันที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังมีความเคลื่อนไหวใหญ่ในตลาดน้ำมัน หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศว่าจะถอนตัวจากกลุ่มโอเปก และโอเปกพลัส กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ในช่วงแรกหลังการประกาศข่าวดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ก่อนจะปรับลดลงมาต่ำกว่าเลขสามหลักเพียงเล็กน้อย

นายไบรอัน จาคอบเซน หัวหน้านักกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ ของบริษัท Annex Wealth Management กล่าวว่าการที่ยูเออีประกาศถอนตัวออกจากโอเปกแสดงให้เห็นว่าการทำให้ประเทศต่างๆ อยู่ในกรอบความร่วมมือต่อไปในช่วงเวลาที่ยากลำบากทำได้ยากแค่ไหน และยูเออีเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโอเปก แต่ได้โควต้าส่งออกน้ำมันต่ำกว่าระดับที่สามารถผลิตได้ ถึงแม้ว่าการถอนตัวของยูเออีอาจไม่ส่งผลกระทบมากนักในระยะสั้น แต่จะทำให้โอเปกมีอิทธิพลต่อตลาดน้ำมันน้อยลงในระยะยาว

Advertisement