ถ้าทริปไต้หวันของคุณยังมีแค่การกินเสี่ยวหลงเปา ชานมไข่มุก และเดินตลาดกลางคืนในไทเป อาจถึงเวลาลองเพิ่ม ‘สายมู’ เข้าไปในลิสต์ดูบ้าง เพราะที่ไต้หวัน มีวัดดังมากมายตั้งแต่เหนือจรดใต้ที่นักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่นนิยมมากขอพร แถมละแวกวัดยังมีของกินของอร่อยให้เลือกกินอีกเพียบ ชนิดว่าไปทีไม่เสียเที่ยว ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งท้อง ทริปนี้เราเลยปักหมุด 5 เมืองในไต้หวัน เริ่มตั้งแต่ไทเปลงใต้ไปถึงเกาสง ‘ขอ’ ให้ครบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการงาน เงิน ความรัก ไปจนถึงการล้างเคราะห์เบาๆ ปิดท้าย
ปักหมุด 6 วัดไต้หวัน เหนือจรดใต้ ‘ขอเงิน งาน ความรัก’

Longshan Temple, Taipei
เริ่มที่วัดแรก วัดดังที่ใครมาไต้หวันต้องแวะมาทุกราย กับวัดหลงซาน วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไต้หวัน สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1738 โดยชาวจีนผู้อพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัววัดได้รับความเสียหายหนัก ทว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานในพระตำหนักไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย ชาวไต้หวันจึงเกิดความศรัทธาและเลื่อมใสมากขึ้นไปอีก อันที่จริงวัดหลงซานไม่ได้ดังแค่เรื่องขอคู่เท่านั้น แต่ยังดังในเรื่องการขอสิ่งใดก็สมปรารถนา เราจึงเห็นชาวจีนนำของเซ่นไหว้ชุดใหญ่มาขอกันหนาตา
Tips: แถววัดหลงซานมีร้านอร่อยอยู่หลายร้าน เช่น Zhouji Meat Porridge ร้านข้าวต้มกุ๊ยละแวกวัดที่คนไทยโหวตกันว่า หมูกรอบอร่อยมาก! หรือ Wang’s Broth ร้านข้าวหมูตุ๋น การันตีรางวัลบิบ กูร์มองด์
Open: ทุกวัน 06.00-22.00 น.
Getting There: รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีหลงซาน ทางออก 1 และ 3 (MRT Longshan Temple, Exit 1, 3)
Map: https://maps.app.goo.gl/F8QzcUKFH666px6P8

Hsinchu City God Temple, Hsinchu City
วัดดังที่หลบซ่อนตัวอยู่กลางดังตลาดของเมืองซินจู๋ ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่ปี 1748 โดยถือเป็นศาลเจ้าหลักเมืองที่มีฐานันดรสูงที่สุดในไต้หวันตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง คนไต้หวันเชื่อว่าเทพเจ้าหลักเมืองคือผู้ดูแลทุกข์สุขและมอบความยุติธรรมประดุจผู้ว่าราชการแห่งโลกวิญญาณ ภายในโดดเด่นด้วยงานแกะสลักไม้อันประณีตและ ‘ลูกคิดยักษ์’ ที่แขวนไว้เพื่อสื่อถึงการคำนวณบุญบาปของมนุษย์อย่างเที่ยงตรง ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องสุขภาพและการงานให้มั่นคงราบรื่น พร้อมสัมผัสบรรยากาศตลาดของกินเก่าแก่หน้าวัดที่สืบทอดกันมานับร้อยปี
Tips: หน้าวัดคือแหล่งรวม Street Food ระดับตำนาน ห้ามพลาด ลูกชิ้นหมูซินจู๋ (Gongwan) ที่เด้งกรอบ และ เส้นหมี่ (Rice Noodles) ที่เหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ถ้ามีเวลาแนะนำให้เดินไปที่ Yamada Mochi ร้านโมจิสไตล์ญี่ปุ่นสุดคิวท์ที่อยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ยังมี เซียงเฟิน เครื่องสำอางแบบดั้งเดิมของไต้หวัน และเนยถั่วที่มีชื่อเสียงที่จะมีขายเฉพาะถนนตงต้าเท่านั้น ที่นี่จึงเหมาะแก่การมาชิมอาหารและช้อปปิ้งอย่างยิ่ง
Open: ทุกวัน 05.00-22.00 น.
Getting There: นั่งรถไฟธรรมดา (TRA) มาลงที่สถานี Hsinchu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
Map: https://maps.app.goo.gl/nwAYukdRF9JVmAS97

Beigang Wude Temple, Yunlin
ศาลเจ้าเทพเจ้าโชคลาภ (ไฉ่ซิงเอี้ย) ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน ตั้งอยู่ในเมืองเป่ยกั่ง มณฑลหยุนหลิน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการ และรายละเอียดการตกแต่งที่สะท้อนความหมายของ ‘ความมั่งคั่ง’ ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นสีทองที่ใช้ทั่วทั้งวัด หรือองค์ประกอบต่างๆ ที่สื่อถึงโชคลาภและความรุ่งเรือง
ที่นี่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของสายธุรกิจและสายการเงิน ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องเงินทอง การลงทุน และความสำเร็จในอาชีพ โดยมักจะเขียนคำขออย่างชัดเจน พร้อมทำพิธีเผากระดาษเงินกระดาษทองเพื่อส่งคำอธิษฐานไปยังสวรรค์ ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้คือความ ‘ตรงไปตรงมา’ ของความเชื่อ ที่ไม่ได้อ้อมค้อมกับสิ่งที่ต้องการ แต่สะท้อนความจริงของชีวิตมนุษย์ได้อย่างชัดเจน
Tips: ภายในวัดมีจุดให้เขียนคำขอพรเกี่ยวกับการเงินโดยเฉพาะ แนะนำให้ระบุเป้าหมายให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางและของมงคลเกี่ยวกับโชคลาภให้เลือกบูชาหลากหลาย ใครอยาก ‘ขอจริงจัง’ ที่นี่ถือว่าครบจบในที่เดียว
Open: ทุกวัน 06.00-22.00 น.
Getting There: นั่งรถไฟธรรมดา (TRA) มาลงที่สถานี Douliu ต่อรถบัส Taixi มาลงที่ป้าย Beigang
Map: https://maps.app.goo.gl/zsHFiPeqsRdCsXoG6

Beigang Chaotian Temple, Yunlin
วัดเจ้าแม่หมาจู่ (Mazu) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1694 ในสมัยจักรพรรดิคังซี โดยอัญเชิญองค์เทพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ก่อนจะกลายเป็นศูนย์กลางความศรัทธาที่สำคัญของไต้หวัน และเป็นต้นแบบความเชื่อเรื่องหมาจู่ที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งเกาะ ความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ถูกเล่าขานต่อกันมาว่าสามารถปกป้องเมืองจากภัยสงครามได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาขอพรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง และความรุ่งเรืองในชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทดั้งเดิมของหมาจู่ในฐานะเทพผู้คุ้มครองชาวประมงและนักเดินเรือ
ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชวงศ์ชิงที่วิจิตรบรรจง ทั้งเสามังกรแกะสลัก งานไม้ละเอียด และเครื่องปั้นดินเผาบนหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยควันธูป เสียงประทัด และผู้คนที่ไม่เคยขาดสาย ทุกๆ ปีในช่วงเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ จะมีงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันเกิดเจ้าแม่หมาจู่ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จนได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยจะมีขบวนแห่สุดอลังการและการจุดประทัดนับล้านนัดที่เปลี่ยนท้องฟ้าเมืองเป่ยกั่งให้กลายเป็นสีทอง
Tips: ถนนสายเก่าหน้าวัด Chaotian มีของกินเพียบ โดยเฉพาะ ข้าวหน้าเป็ด (Duck Rice) และ ซุปกบ (Frog Soup) สำหรับสายเปิบพิสดาร (รสชาติเหมือนไก่ครับ!) อย่าลืมซื้อ ขนมเปี๊ยะโบราณ กลับไปเป็นของฝากด้วยนะ
Open: ทุกวัน 04.30-00.00 น.
Getting There: นั่งรถไฟธรรมดา (TRA) มาลงที่สถานี Douliu ต่อรถบัส Taixi มาลงที่ป้าย Beigang
Map: https://maps.app.goo.gl/EuC9mzC7MmLDhHRK8

Tainan Confucius Temple, Tainan
ขยับลงใต้มาที่เมืองหลวงเก่า วัดขงจื๊อที่นี่เป็นแห่งแรกในไต้หวัน บรรยากาศจะสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ต่างจากศาลเจ้าทั่วไปที่มักจะเต็มไปด้วยควันธูป วัดขงจื๊อแห่งแรกของไต้หวัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1665 ในสมัยที่ไถหนานยังเป็นเมืองหลวงของเกาะ โดยมีบทบาทเป็นทั้งศูนย์กลางการศึกษาและสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของรัฐ ตัววัดจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่ยังสะท้อนรากฐานทางความคิดและวัฒนธรรมของสังคมไต้หวันมาตั้งแต่อดีต
บรรยากาศภายในแตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปอย่างชัดเจน ไม่มีควันธูปหนาแน่นหรือเสียงประทัด แต่กลับสงบ ร่มรื่น และเปิดโล่งด้วยต้นไม้ใหญ่และลานกว้างที่จัดวางอย่างเรียบง่ายตามหลักขงจื๊อ ผู้คนนิยมมาที่นี่เพื่อขอเรื่องการเรียน การสอบ และขอสติปัญญาเพื่อในการแก้ไขปัญหาชีวิต
Tips: ฝั่งตรงข้ามวัดคือ Fuzhong Street ถนนสายเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านคราฟต์และคาเฟ่เก๋ๆ ที่เที่ยวใกล้ๆ อย่าง Hayashi Department Store ห้างเก่าแก่ที่มีเสน่ห์สุดๆ ส่วนเรื่องกินต้องลอง ซุปเนื้อสด (Beef Soup) และ ข้าวหมูแดง (Braised Pork Rice) สไตล์ไถหนานที่จะติดหวานนิดๆ แต่กลมกล่อมมาก
Open: ทุกวัน 08.30-17.00 น.
Getting There: นั่งรถไฟลงสถานี Tainan ต่อรถบัสประจำเมืองหมายเลข 2 มาลงที่ป้าย Confucius Temple
Map: https://share.google/eJcCaUh0ApR00i4RP

Dragon and Tiger Pagodas, Kaohsiung
เจดีย์มังกรเสือ แลนด์มาร์กระดับไอคอนของเมืองเกาสงที่ตั้งอยู่ริมบึงดอกบัว (Lotus Pond) โดดเด่นด้วยเจดีย์สองหลังสีสดที่หันหน้าเข้าหากัน กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของไต้หวันที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นต้องแวะมาเยือนสักครั้ง
ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ แต่คือความเชื่อที่แฝงอยู่ในประสบการณ์การเดินเข้าไปด้านใน โดยเชื่อกันว่าควร “เข้าทางปากมังกร และออกทางปากเสือ” เพื่อรับพลังดีและปล่อยสิ่งไม่ดีออกไป เป็นการแก้ชงและเปลี่ยนโชคลาภในแบบที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย
ภายในเจดีย์เป็นทางเดินที่ตกแต่งด้วยภาพเล่าเรื่องบาปบุญคุณโทษตามความเชื่อจีน ทำให้การเดินผ่านแต่ละช่วงเหมือนเป็นการทบทวนชีวิตแบบสั้นๆ ก่อนจะออกมาเจอกับวิวบึงดอกบัวที่เปิดโล่งและสงบตา
Tips: รอบบึงดอกบัวยังมีวัดและเจดีย์สวยๆ ให้เดินชมอีกหลายแห่ง แนะนำให้เช่าจักรยานแล้วปั่นเที่ยวรอบๆ ช่วงเย็นสามารถไปต่อที่ Ruifeng Night Market ตลาดกลางคืนยอดนิยมของคนท้องถิ่น เมนูแนะนำคือสเต็กกระทะร้อนและนมมะละกอเจ้าดัง




