191 ร่วมกับ ดส. ปิดจ็อบ บุกจับคาโรงแรม ล่อซื้อหนุ่มรับจัดหาเด็กชายต่ำกว่า 18 ปี ค้ากามผ่านไลน์ รับสารภาพพาเหยื่อมาส่งลูกค้าจริง
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจพ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจฯ พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ พ.ต.ท.จักรี นารีผล พ.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ดส.บช.น. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศตคม.บก.น.6 พ.ต.ต.อังกูร ตู้วัฒนะวาณิช สวป.สน.บางรัก
ร่วมกันจับกุม นายอนุสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี พร้อมด้วยของกลาง ธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ 5,000 บาท โทรศัพท์ 1 เครื่อง รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว 1 คัน จับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 14.40 น.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ รับแจ้งจากสายลับว่าสามารถติดต่อล่อซื้อชายบริการทางเพศอายุต่ำกว่า 18 ปี ส่งให้กับลูกค้าเพื่อการค้าประเวณีตามสถานที่ต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ โดยติดต่อผ่านทางแชทไลน์ชื่อ “Koko’o Jung”
จากนั้นสายลับได้ติดต่อแชทไลน์ชื่อ “Koko’o Jung” จัดหาชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้สายลับเพื่อร่วมประเวณีกับเพื่อนของสายลับ และให้มาพบกับสายลับที่โรงแรมย่านงามวงศ์วาน และแจ้งว่าค่าตัวเด็ก 5,000 บาท และจะนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาส่งให้ช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยสายลับเดินทางมาถึงบริเวณที่นัดหมายและได้เปิดห้องพัก จากนั้นจึงให้สายลับติดต่อกลับไปหาผู้ใช้แชทไลน์ชื่อ “Koko’o Jung” แจ้งว่าเปิดห้องเรียบร้อยแล้ว และสายลับแจ้งว่าจะพาชายอายุต่ำกว่าสิบแปดปีจะเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวโดยใช้รถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกระจายกำลังกันเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่บริเวณดังกล่าว
กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ซุ่มดูอยู่ พบรถยนต์เข้ามายังบริเวณโรงแรม จากนั้น นายอนุสรณ์ฯ และนายเอ , นายบี และ ด.ช.ซี เหยื่อจากการค้ามนุษย์ทั้ง 3 คน ลงมาจากรถ และเดินเข้าไปยังอาคาร
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าได้เงินล่อซื้อจำนวน 5,000 บาท ส่งมอบให้กับนายอนุสรณ์ และรับทั้ง 3 คนขึ้นไปยังห้องพัก เมื่อไปถึงห้องพักแล้ว นายอนุสรณ์ จึงออกจากอาคารมาที่รถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปแสดงตัวตรวจค้น พบเงินล่อซื้ออยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าซ้าย
สอบถาม นายอนุสรณ์ ให้การรับว่า เป็นธนบัตรที่ได้มาจากการพา นายเอ นายบี และด.ช.ซี (เหยื่อจากการค้ามนุษย์ทั้ง 3 คน) มาส่งให้กับลูกค้า โดยที่ นายอนุสรณ์ฯ จะแบ่งให้ นายเอ,นายบี และด.ช.ซี เหยื่อจากการค้ามนุษย์ทั้งสามคน จำนวนคนละ 1,000 บาท ตนเองจะได้ส่วนแบ่ง จำนวน 1,500 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา 1.ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปีหรือผู้มีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
2.เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม โดยกระทำแก่บุคคลอายุสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี
3.รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี
จากนั้นจึงนำตัวนายอนุสรณ์มาจัดทำประวัติและบันทึกการจับกุมที่ งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ.เหยื่อจากการค้ามนุษย์ทั้งสามคน ซึ่งพบว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้ร่วมคัดแยกเหยื่อกับนักสังคมสงเคราะห์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผลการคัดแยกปรากฏว่าให้ เหยื่อจากการค้ามนุษย์ทั้งสาม
ประกอบด้วย นายเอ อายุ 16 ปี และ นายบี อายุ 17 ปี ด.ช.ซี อายุ 14 ปี ส่งตัวไปสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด หรือบ้านภูมิเวท เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป





