ครอบครัวชินวัตรรอรับทักษิณกลับบ้าน 11 พ.ค.นี้ ยธ.มีมติพักการลงโทษ ต้องติดอุปกรณ์อีเอ็มอีก 4 ด.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจากนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯประชุมหารือกับกรรมการแต่ละหน่วยงาน อาทิ ผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ฯลฯ

เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป 920 คน โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญ คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 68 จนถึงปัจจุบันวันที่ 29 เมษายน 69 เป็นระยะเวลา 7 เดือนกับอีก 20 วัน จึงเหลืออีกเพียง 12 วันก็จะคุมขังครบ 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี และจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

ต่อมากรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารข่าวชี้แจงเรื่องการพักการลงโทษ นายทักษิณ ระบุว่า วันที่ 29 เมษายน มีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณา ทั้งสิ้นจำนวน 920 ราย คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ การพักการลงโทษกรณีปกติ จำนวน 859 ราย ไม่เห็นชอบ จำนวน 49 ราย รอไว้ จำนวน 2 ราย และเห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 10 ราย

โดยในจำนวนนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ โดยมีเหตุผลให้ได้รับการพักการลงโทษ ดังนี้

มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) กฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้นำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ

Advertisement

ประกอบกับมีเหตุผลพิเศษสนับสนุนการใช้ดุลพินิจพิจารณาสามารถผ่อนปรนให้ได้รับการพักการลงโทษด้วยเหตุผล มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลการประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย

นายทักษิณจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 10 พฤษภาคม 69 และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 69 เป็นต้นไป ทั้งนี้ นายทักษิณจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายน 69

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 68 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร รับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี จากกรณี “คดีชั้น 14” โดยศาลมีมติให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ตามคำพิพากษาเดิมที่ได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษ เนื่องจากเห็นว่าการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจในช่วงที่ผ่านมานั้น มิชอบด้วยกฎหมาย

ศาลระบุว่าไม่สามารถนำระยะเวลาที่พักรักษาตัวนอกเรือนจำมาหักล้างกับโทษจำคุกได้ เนื่องจากพฤติการณ์ชี้ว่าจำเลยมีส่วนรู้เห็นและอาการป่วยไม่ได้อยู่ในขั้นฉุกเฉินจนต้องพักรักษาตัวภายนอกเป็นเวลานาน ภายหลังอ่านคำสั่ง ศาลได้ให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายทักษิณส่งไปยัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรับโทษทันที