เขมรส่งตัวคนไทยล็อตแรกแล้ว 635 ราย หลังรออยู่ 7 ชม.ครึ่ง อ้างไม่มีรถบัส ขออย่าให้ AOT เข้าพื้นที่

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 เมษายน ที่ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ท. ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก มอบหมายให้ พล.ต.วรเวช วนมงคล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก ดำเนินการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อส่งตัวผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 635 คน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ที่ด่านพรมแดนคลองลึก เพื่อกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ภายใต้กรอบพิธีการทางการทูตทหาร ซึ่งเป็นการร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข

โดยมีคนไทยที่กัมพูชาส่งตัวกลับมาทั้งสิ้น 635 คน แยกเป็น ผู้ที่มีหนังสือเดินทางจำนวน 592 คน ส่วนที่เหลือเป็นการนำพาสปอร์ตไปต่อวีซ่า โดยทั้งหมดนี้คือคนไทยที่ทำงานในตึกเดียวกัน ชื่อตึก F ที่อยู่ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตึกแฝด มีทั้งหมด 13 ชั้น

ภายหลังได้มีการส่งมอบตัวแล้ว คนไทยทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ NRM หรือการคัดแยกเหยื่อ เพื่อตรวจสอบว่าใครถูกหลอกไปทำงาน และใครเต็มใจไปทำงานหลอกลวงคนไทย รวมถึงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมว่ามีคดีติดตัวหรือไม่ ซึ่งทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างละเอียด และจะต้องตอบคำถามเจ้าหน้าที่ประมาณ 70-80 คำถาม

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับถ้อยแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ของทั้ง 2 ประเทศ ที่ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่มุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความสัมพันธ์ โดยเฉพาะความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การหลอกลวงทางออนไลน์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของทั้งสองประเทศ

Advertisement

ขณะที่ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่า ในมุมของตนมองว่าเป็นแง่ดีที่กัมพูชาอาจจะแสดงความจริงใจ ซึ่งไม่แน่ใจว่ายอดทั้งหมดวันนี้เท่าไหร่ ซึ่งในฐานะกองกำลังบูรพาได้ดูในเรื่องของชายแดน ได้รับการประสานมาว่าจะมีการส่งตัวคนไทย ที่กัมพูชาจับกุมได้ จึงเดินทางมาอำนวยความสะดวก เพื่อเปิดประตูด่านพรมแดนคลองลึกให้

เมื่อถามว่า เบื้องต้นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไปเจรจาแล้วพบว่าเป็นการหลอก ยังไม่มีการส่งตัวเข้ามานั้น พล.ต.เบญจพลกล่าวว่า เป็นสไตล์ฝ่ายตรงข้ามหรือเปล่าตนไม่แน่ใจ ซึ่งกัมพูชาก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ถ้าเขาไม่ทำก็เรื่องของเขา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแสดงความจริงใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนคลองลึกว่า ฝั่งกัมพูชาได้ประสานงานเพื่อจะส่งตัวคนไทยในช่วงเช้า ล็อตแรก ประมาณ 300 คน เวลาประมาณ 09.00 น. กระทั่งเวลา 16.30 น. คนไทยก็ยังไม่เดินข้ามด่านมาได้

ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ พม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทหารจำนวนมากต่างนั่งเฝ้ารอประจำจุดต่างๆ บริเวณด่านพรมแดนคลองลึก เพื่อรอคัดกรองตามกระบวนการตรวจสอบ NRM ซึ่งฝ่ายกัมพูชาอ้าง เหตุผลในการล่าช้าว่าเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก จึงนำรถบัสจำนวนหลายคันนำคนจีนไปส่งที่เมืองเสียมราฐ ทำให้ไม่มีรถบัสเพียงพอ มาขนส่งคนไทย จึงได้ประสานขอเสริมรถบัสจาก จ.บันเตียเมียนเจย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางมาปอยเปต

จนถึงช่วงบ่าย รถบัสมินิบัสสีเขียวจำนวนหลายคันได้นำคนไทยมาถึงบริเวณหน้าด่านพรมแดนฝั่งกัมพูชา ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเมืองฝั่งกัมพูชา และในเวลา 16.30 น.ประตูด่านทั้ง 2 ประเทศได้เปิดออก เพื่อนำส่งตัวคนไทย จนสามารถเดินข้ามด่านมาได้ในเวลา 16.38 น.

โดยมี พล.ต.ท.ซอม วัน วี เรี๊ย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เดินนำเข้ามาทักทายกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย พร้อมกับจับมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จากนั้น พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวว่า ขอให้ส่งตัวคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์กลับมาเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้ ฝั่งกัมพูชายังได้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยด้วยว่า ไม่ให้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT เข้ามาพื้นที่ เพื่อสังเกตการณ์ในวันนี้ หลังช่วงเช้าวันนี้ฝ่ายกัมพูชา เห็นคณะ AOT เดินทางมาหน้าด่าน จึงได้มีการประสานงานมา เพื่อขอความร่วมมือ ซึ่งครั้งนี้เป็นคนไทยล็อตที่ 2 ที่เดินทางกลับมา หลังจากมีคนไทยล็อตแรกเดินทางกลับมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่กัมพูชาได้ขอความร่วมมือฝ่ายไทยไม่ให้มีสื่อมวลชน เข้ามารายงานข่าวในการส่งตัวล็อตแรก

อย่างไรก็ตาม การประวิงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยมองว่าเป็นเรื่องปกติของฝ่ายกัมพูชาที่ชอบกระทำการลักษณะนี้ทุกครั้ง