
คิงชาลส์ทรงอำลาทรัมป์ ปิดฉากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาณาจักร เริ่มสิ้นสุดการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน โดยทรงหยุดแวะ ณ ทำเนียบขาวในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อทำการอำลาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2026 หลังจากที่ทรงสร้างความประทับใจแก่ประธานาธิบดีในงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อสองวันก่อนหน้า
วัตถุประสงค์อย่างเป็นทางการของการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ คือการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีที่สหรัฐฯ ได้รับเอกราชจากการปกครองอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งทำให้สมเด็จพระเจ้าชาลส์ทรงมีพระราชดำรัสติดตลกหลายครั้งต่อกลุ่มชนชั้นนำในวอชิงตันเกี่ยวกับการอยู่ฝ่ายผู้แพ้ในสงครามปฏิวัติอเมริกา
อย่างไรก็ตาม การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อประสานรอยร้าวในสิ่งที่สมเด็จพระเจ้าชาลส์ทรงเรียกว่า “สายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดได้” และ พันธมิตรที่ขาดไม่ได้ระหว่างทั้งสองประเทศ
ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการร่วมกับทรัมป์เมื่อวันอังคาร สายสัมพันธ์ดังกล่าวก่อนหน้า เคยตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา เนื่องด้วยสหราชอาณาจักรพร้อมด้วยพันธมิตรยุโรปอื่น ๆ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐฯ และอิสราเอลในสงครามรบอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลามากกว่า 2 เดือน
ดูเหมือนว่าความพยายามครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จ แม้ว่าก่อนหน้าจะมีข่าว ทรัมป์เคืองนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร
แต่ในวันนี้ ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยความยืดยาวถึงความชื่นชอบที่เขามีต่อ “เพื่อนที่ดี” อย่างสมเด็จพระเจ้าชาลส์หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำว่า
“เมื่อคุณชอบกษัตริย์ของประเทศใดประเทศหนึ่งมากขนาดนี้ มันก็น่าจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ของคุณกับนายกรัฐมนตรีได้”
ขณะยืนถ่ายภาพบนพรมแดงหน้ามุขด้านทิศใต้ (South Portico) ของทำเนียบขาวเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ทรัมป์ถูกคู่แข่งทางการเมืองประณามว่าเป็นผู้ที่อยากวางตนเป็นกษัตริย์ คู่แข่งดังกล่าว ชี้ไปที่องค์พระประมุขแห่งอังกฤษ และกล่าวว่า “พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมุมมองของผม”
จากนั้นบุรุษทั้งสองพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลาและเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เข้าไปภายในอาคารและกลับออกมาในอีก 5 นาทีต่อมา
ไม่นานคณะผู้ตามเสด็จได้ประทับรถยนต์เพื่อไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญหลายแห่งในรัฐเวอร์จิเนีย
“คนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ยอดเยี่ยม” ทรัมป์ ผู้ซึ่งรณรงค์หาเสียงด้วยนโยบายต่อต้านผู้อพยพ กล่าวขณะขบวนรถเคลื่อนออกไป
“เราต้องการคนแบบนี้ในประเทศของเราให้มากขึ้น”
คิงชาลส์ทรงร่วมประเพณี ‘พ็อทลัค’
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ทรงสร้างรอยยิ้มให้แก่ทั้งสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ไปจนถึงเด็กนักเรียนในย่านฮาร์เล็ม ณ ฟาร์มในเมืองที่นิวยอร์ก เมื่อสมเด็จพระเจ้าชาลส์ทรงเปิดเผยของขวัญสำหรับประธานาธิบดีในงานรับรองที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร ซึ่งก็คือ ระฆังของจริงที่เคยแขวนอยู่บนหอตรวจการณ์ของเรือดำน้ำราชนาวีที่ปล่อยลงน้ำจากอู่ต่อเรือในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1944 และมีชื่อว่า เรือหลวงทรัมป์ (HMS Trump) ทรัมป์ยิ้มออกมากว้างที่สุดอยากไม่เคยพบมาก่อน
สำหรับภารกิจในวันสุดท้าย สมเด็จพระเจ้าชาลส์มีกำหนดการวางพวงมาลา ณ สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน ข้ามแม่น้ำโปโตแมคในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวอเมริกันจำนวนมากและเป็นที่ฝังศพของทหารที่เสียชีวิตในสงครามนับหมื่นนาย
โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งสองพระองค์ได้ทรงร่วมรำลึกถึงเหยื่อจากเหตุการณ์โจมตีโดยกลุ่มอัลกออิดะห์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ที่นิวยอร์ก โดยทรงวางช่อดอกไม้ ณ อนุสรณ์สถานซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
นอกจากนี้ คาดว่าทั้งสองพระองค์จะทรงเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนีย เพื่อทรงเข้าร่วมในสิ่งที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษเรียกว่า “ประเพณีของอเมริกาเหนือ” ที่ดูแปลกตา นั่นคือการรับประทานอาหารแบบ “พ็อทลัค” (Potluck – มื้ออาหารที่แต่ละคนนำอาหารมาร่วมแบ่งปันกัน)



ข่าวที่เกี่ยวข้อง




