พระปกเกล้าโพลชี้ ปชช.อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาพลังงาน เหตุกระทบชีวิต

พระปกเกล้าโพลชี้ ปชช.อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาพลังงาน-ค่าไฟ-น้ำมันเร่งด่วน สูงถึง 64.8% เหตุกระทบต้นทุนชีวิต

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll เปิดเผยผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 18 ที่ได้สำรวจระหว่างวันที่ 24-27 เม.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ต่อนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ สังคม และประเด็นสำคัญทางการเมือง

นโยบายที่ควรให้ความสำคัญเพิ่มเติมมากที่สุด 64.8% นโยบายเรื่อง “การแก้ปัญหาราคาพลังงาน ค่าไฟ และค่าน้ำมัน” สูงที่สุด รองลงมา 15.5% นโยบายเรื่อง “การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม”, 8.2% นโยบายเรื่อง “การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”, 6.7% นโยบายเรื่อง “การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ/รายได้ของผู้เริ่มทำงาน”, 2.0% นโยบายเรื่อง “นิรโทษกรรม ผู้ต้องโทษคดีทางการเมืองต่าง ๆ”, 1.6% ไม่มีนโยบายเรื่องใดเพิ่มเติม และ 1.2% ไม่มีความเห็น

ประชาชนให้น้ำหนักกับปัญหาที่กระทบชีวิตประจำวันอย่างเร่งด่วนมากกว่าประเด็นเชิงโครงสร้างทางการเมือง นั่นคือ “ราคาพลังงาน ค่าไฟ และค่าน้ำมัน” ซึ่งเป็นทั้ง “ต้นทุนชีวิต” และ “ต้นทุนเศรษฐกิจ” ในขณะที่ประเด็นฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม ตามมาเป็นลำดับรอง สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้มองเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาวต่อสุขภาพด้วย

Advertisement

ขณะที่เรื่องค่าครองชีพยังเป็นโจทย์ใหญ่ ประชาชนหนุนรัฐ “ลดหนี้-ลดภาระ” เร่งด่วนที่สุด 57.7% อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในเรื่อง “ลดหนี้สินและลดค่าครองชีพของประชาชน” รองลงมาคือ 22.6% อยากให้เร่งนโยบาย “โครงการคนละครึ่งพลัส”, 11.8% อยากให้เร่งนโยบาย “ลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น”, 6.2% อยากให้เร่งนโยบาย “ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี” และ 1.7% ไม่มีความเห็น
พบว่าประชาชนไม่ได้มองหาเพียงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น หรือไม่ใช่แค่ “การช่วยใช้จ่ายเพิ่ม” แต่ต้องการให้เข้าไปจัดการ “ภาระทางเศรษฐกิจพื้นฐาน” ที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือน ราคาสินค้า หรือค่าครองชีพโดยรวม

ส่วนเรื่อง “ยาเสพติด” ครองปัญหาสังคมอันดับหนึ่ง แต่ “Gen Z” อยากให้เร่งเรื่อง “เรียนฟรี มีงานทำ” 35.6% อยากให้เร่งดำเนินนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิตในเรื่อง “แก้ปัญหายาเสพติด” รองลงมา 25.3% อยากให้เร่งนโยบาย “เรียนฟรี มีงานทำ”, 16.9% อยากให้เร่งนโยบาย “เตรียมสังคมและชุมชนให้พร้อมรองรับผู้สูงอายุ”, 14.4% อยากให้เร่งนโยบาย “แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ/แก๊งสแกมเมอร์”, 5.9% อยากให้เร่งนโยบาย “แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืน” และ 2.0 ไม่มีความเห็น

Advertisememt

ตามช่วงวัย – คน Gen Y (38.6%), Gen X (37.5%) และ Gen Baby boomer (36.5%) ให้ความสำคัญและอยากให้เร่งนโยบาย “แก้ปัญหายาเสพติด” เป็นสัดส่วนสูงสุด ขณะที่ Gen Z (36.6%) ให้ความสำคัญและอยากให้เร่งนโยบาย “เรียนฟรี มีงานทำ” เป็นสัดส่วนสูงสุด ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังอยากเห็นรัฐเร่งแก้ปัญหายาเสพติด ในฐานะโจทย์เร่งด่วนด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของสังคมไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z กลับส่งสัญญาณชัดว่า สิ่งที่ต้องการเร่งด่วนที่สุดคือ “เรียนฟรี มีงานทำ” สะท้อนความคาดหวังต่อโอกาสในชีวิตและความมั่นคงในอนาคต นโยบายสังคมที่ตอบโจทย์ประชาชนในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องสร้างทั้ง “ความปลอดภัยในปัจจุบัน” และ “โอกาสในอนาคต” ไปพร้อมกัน
ขณะที่คนเกินครึ่งกังวลต่อปัญหาทางกฎหมาย กรณี “บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด”

• 60.2% รู้สึก “ค่อนข้างกังวล-กังวลมาก” ต่อกรณีข้อร้องเรียน “บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด” ว่าอาจมีปัญหาทางกฎหมายและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง ในขณะที่ 26.2% “ไม่ค่อยกังวล-ไม่กังวลเลย” และ 13.6% ไม่มีความเห็น จะเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง โปร่งใส และความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งอย่างมาก โดยเมื่อเกิดข้อร้องเรียนที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกฎหมาย ก็ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งได้ทันที

ผลโพลครั้งนี้สะท้อนความคาดหวังให้รัฐเร่งดำเนินการควบคู่กันในหลายมิติ โดยเฉพาะการบริหารที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการปัญหาราคาพลังงานและภาระค่าครองชีพ ซึ่งประชาชนมองว่าเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการดำรงชีวิต ขณะเดียวกันควรออกแบบนโยบายสังคมให้สอดคล้องกับความต้องการของคนแต่ละช่วงวัย ทั้งการแก้ปัญหายาเสพติดเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในสังคม และการสร้างโอกาสด้านการศึกษาและอาชีพ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับสุขภาพและความมั่นคงในอนาคตไปพร้อมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง