
อนุสรณ์ เผย ปชน.ผลักดันปฏิรูประบบประกันสังคม เร่งสร้างโครงข่ายปลอดภัย รักษาจ้างงานยุคสงคราม
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ที่รัฐสภา รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตที่ปรึกษาการเงินการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า พรรคประชาชนได้รณรงค์ เคลื่อนไหวและผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบประกันสังคม และ ได้มีการยื่นร่างกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ในวันกรรมการสากล 1 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้ “สำนักงานประกันสังคม” มีสถานะเป็นนิติบุคคล และออกจากระบบราชการ มีเป้าหมายทำให้การบริหารงานกองทุนมีความโปร่งใสมากขึ้น เปิดเผยพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคม เปิดเผยการใช้งบประมาณของสำนักงานและกองทุน ให้กองทุนเป็นนิติบุคคลที่บริหารโดยมืออาชีพ
ตั้งเป้าหมายในการลงทุนเทียบเท่ากองทุนระดับโลกในลักษณะเดียวกัน ยึดโยงกับผู้ประกันตนมากขึ้น เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมไม่ใช่ข้าราชการ แต่มาจากการแต่งตั้งของบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง สร้างความยั่งยืนระยะยาวด้วยการปรับเงินสมทบให้สอดคล้องพลวัตทางเศรษฐกิจ พร้อมพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ดีขึ้น ขยายฐานผู้ประกันตน รวมแรงงานแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบประกันสังคมโดยถือว่า บริษัทแพลตฟอร์มเป็นนายจ้าง
แรงงานต้องเตรียมรับมือความผันผวนจากผลกระทบของวิกฤตการณ์พลังงานให้ดี อัตราเงินเฟ้อจากปัจจัยทางด้านอุปทานและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทยจะสร้างความยากลำบากทางเศรษฐกิจต่อกลุ่มประชาชนฐานราก และ แรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคมมากที่สุด การเร่งสร้างโครงข่ายความปลอดภัยของสังคม (Social Safety Net) ให้ครอบคลุม รักษาระดับการจ้างงาน มีความจำเป็นท่ามกลางเศรษฐกิจยุคสงคราม
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตที่ปรึกษาการเงินการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม กล่าวต่อว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูงเช่นนี้ ประชาชนมีความเสี่ยงในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูประบบประกันสังคมให้สามารถครอบคลุมดูแล “แรงงาน” เพิ่มมากขึ้น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันว่างงานที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เหมาะสม การเร่งสร้างโครงข่ายความปลอดภัยของสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ การขยายฐานสมาชิกผู้ประกันตนยังช่วยให้กองทุนประกันสังคมเข้มแข็งขึ้นอีกด้วย คณะกรรมการประกันสังคมชุดเลือกตั้งได้เห็นชอบในหลักการในการขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ซึ่งมิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปีไปก่อนหน้านี้ และ ยังอยู่ในขั้นตอนธุรการทางกฎหมาย ซึ่ง รัฐมนตรีแรงงานควรไปเร่งรัดกระบวนการธุรการเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานและเศรษฐกิจของประเทศ
การขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างภาคเกษตร ขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างของนายจ้างซึ่งประกอบการค้าแผงลอย ขยายความคุ้มครองลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งงานที่ลูกจ้างทำนั้นมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย ขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้านในครัวเรือน ทางสำนักงานประกันสังคมได้จัดรับฟังความเห็นไปแล้ว ผลออกมาว่ามากกว่า 85% เห็นด้วยกับการขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในบังคับของกฎหมายประกันสังคม ตอนนี้รอขั้นตอนดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกา ตนหวังว่า แรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ แรงงานเกษตร แรงงานทำงานตามบ้าน ต่อไปก็จะได้รับความคุ้มครองและมีสิทธิประโยชน์สวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ยินดีและจะทำให้ประชาชนเหล่านี้สามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น และ ควรดำเนินการให้สำเร็จในปีนี้
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตที่ปรึกษาการเงินการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม กล่าวอีกว่า งานวิจัย ธนาคารโลกชี้ ระบบโครงข่ายความปลอดภัยของสังคมหรือระบบประกันสังคมช่วยทำให้ ครอบครัว รับมือภาวะวิกฤติจากปัจจัยต่างๆได้ดีขึ้น ลดความขัดแย้งทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ธนาคารโลกพบว่า การโอนเงินสวัสดิการสังคมให้กลุ่มคนจนที่สุดทั่วโลกสามารถทำให้คนกลุ่มนี้หลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรงได้ประมาณ 36% โครงการสวัสดิการสังคม Social Safety Net นี้ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างความยากจนได้ประมาณ 45% ทั่วโลก และ ตนเห็นว่า ควรมีการพัฒนาระบบประกันรายได้ขั้นต่ำรองรับเศรษฐกิจยุคเอไอด้วย จะยิ่งทำให้ Social Safety Net ครอบคลุมมากขึ้นอีก
ความยากลำบากทางเศรษฐกิจ หนี้สินเพิ่มขึ้น รายได้ลดลง ไม่มีเงินออมหลังเกษียณ เป็นภาวะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเผชิญในอนาคต ชนชั้นกลางจำนวนไม่น้อยอาจตกหล่นลงมาเป็นกลุ่มประชาชนยากจนและรายได้น้อย มากขึ้น นอกจากนี้ สังคมไทยยังขาดความเตรียมพร้อมในการรับมือพลวัตของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์ คนจำนวนไม่น้อยจะว่างงานจากทักษะที่ไม่สอดรับการทำงาน การผลิต แบบใหม่ที่ต้องทำงานร่วมกับ Ai และ Ai อาจจะมาแทนที่แรงงานมนุษย์จำนวนมาก การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบบำนาญให้มีความเพียงพอต่อการดำรงชีพหลังเกษียณและหลุดพ้นจากระดับความยากจนในวัยชรามีความสำคัญ
รวมทั้ง ควรมีการศึกษาเพื่อให้มีการพัฒนาระบบประกันรายได้ขั้นต่ำเพื่อให้ “ประชาชน” ทุกคนมีความมั่นคงของชีวิตในยุค Ai ประเทศไทยประสบกับปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการและอุปทานในตลาดแรงงานแล้วยังจะประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากสังคมสูงวัยอีกด้วย การผลิตคนสู่ภาคการผลิตของเรายังไม่ได้อิงกับอุปสงค์ของระบบเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก สถาบันการศึกษาเลือกผลิตคนตามความพร้อมของตน นอกจากนี้ระบบการศึกษายังผลิตคนตามความนิยมและค่านิยมในการเรียนมากกว่าความต้องการจริงๆในระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษาไทย
จึงเป็น Supply Driven Education System คุณภาพทางด้านการศึกษาระดับสูงของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการลงทุนทางด้านวิจัยและการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการอุดมศึกษาไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความด้อยลงของคุณภาพการศึกษาสะท้อนมาที่แรงงานที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้ระบบการศึกษายังไม่ได้เตรียมคนสำหรับเศรษฐกิจในยุคหุ่นยนต์และ AI ให้ได้แรงงานที่มีทักษะแบบใหม่ ขณะที่ ตำแหน่งงานบางอย่างจะหายไปจากตลาดแรงงานเพราะถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์และ AI ทั้งหมด





