ทวี กางหลักฐานมัดตัวการใหญ่ คดีลอบสังหารกมลศักดิ์ จี้ ตร.ออกหมายจับเพิ่ม หวั่นถูกตัดตอน 

พรรคประชาชาติขยับแรง! “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” นำทีมกางสำนวนคดีลอบสังหาร “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ด้านเจ้าตัวเปิดใจหวั่นขบวนการ “ตัดตอน” จบแค่ผู้ต้องหา 5 รายแรก แฉพิรุธเอกสารสำคัญหลุดไปอยู่ชุดสืบสวน ศชต. แทนพนักงานสอบสวน จี้รีบดึงข้อมูลมือถือ 10 หมายเลขก่อนถูกลบตามระบบ PDPA ภายใน 3 เดือน ยันหลักฐานมัด “มนตรี-เดโช” ชัดพอออกหมายจับได้ทันที

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ล่าสุด เมื่อที่ 1 พฤษภาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในฐานะผู้เสียหายเข้าร่วมสรุปประเด็นพยานหลักฐานใหม่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง “ตัวการใหญ่”

นายกมลศักดิ์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกับบุคคลอีก 2 ราย คือ นายมนตรีและนายเดโช ในข้อหา “ใช้ จ้างวาน ตัวการ หรือสนับสนุนพยายามฆ่า” เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 5 รายแรก โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานที่พรรคประชาชาติรวบรวมมานั้น มีน้ำหนักเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ทันที

Advertisement

“ในมุมมองของเรา พฤติการณ์ของนายมนตรีไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุนแน่นอน ทั้งเรื่องการให้ยืมรถ การติดฟิล์ม และการใช้ทะเบียนปลอม ข้อมูลเหล่านี้เพียงพอจะแจ้งข้อหาได้เลย แต่ทำไมพนักงานสอบสวนถึงยังรอเวลา ก่อนหน้านี้คดีใน 3 จังหวัด แค่ข้อมูลจากการซักถามในชั้นกฎหมายพิเศษคุณก็แจ้งข้อหาแล้ว แต่พอเป็นคดีนี้กลับดูเหมือนมีมาตรฐานที่ต่างออกไป” นายกมลศักดิ์ระบุ

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ การตรวจสอบการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ซึ่งนายกมลศักดิ์ระบุว่าได้ขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมใน 7 ประเด็น โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ 10 หมายเลขที่เกี่ยวข้อง แต่กลับพบอุปสรรคเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย PDPA และการถ่วงเวลา

“เราทวงถามพนักงานสอบสวนว่าเอกสารการสื่อสารอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าอยู่ที่ชุดสืบสวนของ ศชต. ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวน ตรงนี้มันคืออะไร? ข้อมูลโทรศัพท์บริษัทจะเก็บไว้แค่ 3 เดือนแล้วลบอัตโนมัติ ยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหาย หรือนี่คือความพยายามจะตัดตอนให้จบแค่ 5 คนแรกตามกระแสข่าว”

นายกมลศักดิ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีความกังวลเรื่อง “ความเป็นธรรม” เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่บางนายที่ทำคดีนี้มีอคติส่วนตัวกับตน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผบ.ค่ายจุฬาภรณ์ได้เข้าพบเพื่อทำความเข้าใจและยืนยันว่า หากมีบุคลากรในหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่ใช่นโยบายองค์กร

ในช่วงท้าย นายกมลศักดิ์ได้ส่งสัญญาณแรงถึงฝ่ายรัฐว่า คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของตน แต่เป็นเรื่องที่คนทั้ง 3 จังหวัดและบางส่วนของสงขลากำลังเฝ้ามอง

“อย่าช่วยคนแค่บางคนเพื่อให้เกิดปัญหาของคนส่วนใหญ่เลย อย่ามาเติมเชื้อไฟด้วยการทำคดีแบบ 2 มาตรฐาน ถ้ากระบวนการยุติธรรมถูกตัดตอน สังคมจะมองว่าเป็นภาพใหญ่ของหน่วยงานทันที และจะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ในพื้นที่ที่ทำให้การทำงานมวลชนยากขึ้นไปอีกร้อยปี” นายกมลศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย