
อนุทิน-ศุภจี คิกออฟ ไทยช่วยไทย ทั่วประเทศ สินค้าถูกมีคุณภาพ ลดค่าครองชีพปชช. 280 ล./เดือน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม โดยมี น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมี นายสุทัศน์ มีศิริ ส.ส.นนทบุรี เขต 6 บางใหญ่ พรรคประชาชน ทั้งนี้ทั่วประเทศได้เปิดโครงการนี้พร้อมกันที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางศุภจียืนรอนายอนุทิน มีประชาชน และแม่ค้าภายในตลาดมาขอถ่ายรูปจำนวนมาก ช่วงหนึ่งมีแม่ค้ารายหนึ่งได้เดินมาสะท้อนปัญหาสื่อมวลชน ว่าวันนั้นอัดอั้นจริงๆ อยากจะถามว่ารวยพอหรือยัง และอยากฝากบอกไปถึงรัฐมนตรีว่าวันนี้รวยพอหรือยัง ถ้ารวยพอแล้วมาแบ่งให้เราบ้าง เราเดือดร้อน วันนี้ที่มาไม่ได้มาเพื่อทะเลาะแค่มาถาม ซึ่งนางศุภจีที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้หันไปตอบโต้ เพราะกำลังถ่ายรูปกับประชาชนที่มาขอถ่ายรูปอยู่
นอกจากนี้ มีหญิงสูงอายุรายหนึ่งเดินเข้ามาถามนางศุภจีว่า ทุเรียนลูกละ 100 ดีตรงไหนคะ นางศุภจีตอบว่าไม่ทราบ หญิงสูงอายุจึงพูดต่ออีกว่า ดีเนอะ ขอถามหน่อยว่า ธุรกิจอะไรที่รวยเอาๆ อย่างธุรกิจน้ำมันไง ขึ้นทีขึ้นกี่บาทแต่เวลาลงลง 50 สตางค์
ทันทีที่นางศุภจีถูกหญิงสูงอายุเข้าบุกประชิดตัวตั้งคำถาม นายอำเภอบางใหญ่และเจ้าหน้าที่ อส.ได้เข้าห้ามทันที พร้อมกับขอร้องให้หญิงสูงอายุหยุดถาม แต่หญิงสูงอายุรายนี้กลับบอกว่า อยากจะคุยกับนายกรัฐมนตรีด้วยว่า คำว่ารวยไม่ไหวแล้ว รวยยังไง ตนอยากให้เข้าไปดูแผงขายของในตลาดตอนนี้ก็ได้ว่า มันโบ๋ไปกี่แผงแล้ว เพราะขายของกันไม่ไหวแล้ว ที่แผงมันโบ๋เพราะต้องไปกู้หนี้ยืมสินกันมาจนต้องปิดแผงโบ๋ไปเพราะหนีหนี้กัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยมี น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมี นายสุทัศน์ มีศิริ ส.ส.นนทบุรี เขต 6 บางใหญ่ พรรคประชาชน ร่วมด้วยต่อมา ที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยว่า วันนี้คิกออฟที่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกันนำสินค้าราคาที่ถูกกว่าตลาดทั่วไปมาวางขายให้กับประชาชน โดยจะเริ่มจากระดับจังหวัดและอำเภอ 878 อำเภอ เพื่อกระจายไปถึงประชาชน นอกจากนี้ จะจัดให้มีรถพุ่มพวงเพื่อนำสินค้าราคาถูกเข้าสู่ชุมชนตำบลหมู่บ้านต่างๆ โดยจะกระจายให้มากที่สุด เป็นการลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้มีเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ประจำวันใช้ในราคาที่ถูกโดยที่มาตรฐานเท่าเดิม ยืนยันว่าคุณภาพสินค้าเป็นคุณภาพเดียวกันเหมือนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยอธิบายไว้ ว่าเป็นสินค้าที่ไม่ต้องไปเสียค่าแบรนด์ค่าการตลาดขึ้นห้างขึ้นหิ้ง แต่เป็นของที่ใช้โดยไม่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตที่ลดลง
ต่อมา 14.00 น เวลา นางศุภจีเปิด “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ที่ไปรษณีย์ สาขานนทบุรี ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ผ่านจุดจำหน่ายในชุมชน และเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ควบคู่กับการส่งเสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยโดยไม่กระทบต่อกลไกตลาดเดิม
ส่วนความชัดเจนในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ในวันที่ 4 พฤษภาคมนั้น นายอนุทินกล่าวว่า เป็นวันหยุด ต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวถามถึง พ.ร.ก.กู้เงินจะเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พฤษภาคมนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พยายามเร่งเต็มที่
เมื่อถามย้ำว่า วางกรอบ 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า รอให้ผ่าน ครม.
ส่วนการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่นั้น ถูกลง 200 หน่วยแรกสำหรับคนทั่วไป ทุกคนได้เท่ากันหมด เหลือ 3 บาท/หน่วย 200 หน่วยถึง 400 หน่วย คิดเป็นขั้นบันได ส่วน 400 หน่วยขึ้นไปเป็นอีกราคาหนึ่ง ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข หลายระบบในประเทศไทยก็ทำอย่างนี้ และแนะเอาแสงแดดเข้าโซลาร์รูฟ ประชาชนใช้เหลือ รัฐก็ซื้อคืน เพื่อนำไปใช้ที่อื่น ซึ่งเหมือนกับการปฏิรูปโครงสร้างการไฟฟ้าไปยังประชาชน แต่โซลาร์รูฟราคาแพงเป็นไปตามหลักดีมานด์ซัพพลายเหมือนกับโทรศัพท์มือถือช่วงแรกๆ





