เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม สืบเนื่องกรณีพรรคประชาชนเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ศาสตราจารย์ ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เผยแพร่ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊ก ตอนหนึ่งว่า การที่พรรคประชาชนส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จริงๆ แล้วอาจจะเป็น ‘ดาบสองคม’ มากกว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีแบบชัดเจนด้านเดียว คือในด้านบวก มันสะท้อนความพยายามของพรรคที่จะขยายฐานจากการเมืองระดับชาติลงมาสู่การเมืองท้องถิ่นอย่างจริงจัง ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการเมืองสูง ถ้าพรรคอยากพิสูจน์ว่าตัวเอง ‘บริหารได้’ ไม่ใช่แค่ ‘วิจารณ์เก่ง’ การส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ ก็เป็นสนามที่สำคัญมาก และยังช่วยสร้างบุคลากรทางการเมืองรุ่นใหม่ สร้างแบรนด์พรรคในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ ไม่นับว่าพรรคกวาดที่นั่งในกรุงเทพได้หมดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าผู้สมัครยังไม่แข็งพอ หรือยังไม่มีฐานในพื้นที่มากพอ

“การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่เหมือนเลือก สส. มันเป็นการเลือกตัวบุคคล มากกว่าพรรค ถ้าผลออกมาไม่ดี อาจกระทบภาพรวมของพรรคได้ และยิ่งในบริบทที่พรรคยังต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่องการบริหารจริง การแพ้แบบคะแนนห่างมากก็อาจถูกใช้เป็นข้อโจมตีได้ง่าย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ มันสะท้อนยุทธศาสตร์ใหญ่ของพรรคว่าจะเล่นเกมแบบไหน ระหว่างการเป็นพรรคอุดมการณ์ที่เน้นชี้นำความคิด กับการเป็นพรรคที่ลงไปแข่งทุกสนามแบบเต็มตัว เพราะการส่งผู้ว่าฯ คือการประกาศชัดว่าพรรคเลือกทางหลังมากขึ้น ซึ่งก็กลับไปเชื่อมกับข้อถกเถียงภายในพรรคเองด้วย สรุปคือ ไม่ใช่แค่เรื่องควรหรือไม่ควรส่ง แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือ พรรคพร้อมแค่ไหนกับสนามนี้ และจะใช้มันเป็นโอกาสสร้างความเชื่อมั่น หรือกลายเป็นความเสี่ยงทางการเมืองในระยะยาวมากกว่า” ศาสตราจารย์ ดร. ปวิน ระบุ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวสะพัดว่า ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ อย่างไรก็ตาม ในการปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมหลังกระแสข่าวดังกล่าว ในกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ ที่จัดขึ้นโดยพรรคประชาชน ดร.โจ ยังอุบตอบ โดยกล่าวเพียงว่า ขอให้รอวันที่ 5 เดือน 5 รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน





