
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทำสถิติสูงสุดรอบ 4 ปีแตะ 126.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน ก่อนที่จะปรับลดลงมาปิดที่ 111.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 105.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันโลกมีขึ้นหลังอิหร่านประกาศในวันเดียวกันว่า จะตอบโต้ด้วยการโจมตีที่ยาวนานและรุนแรงต่อฐานที่มั่นของสหรัฐ หากวอชิงตันกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง พร้อมย้ำการอ้างสิทธิ์เหนือช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านยังคงทำการปิดล้อมอยู่
ด้านตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวในวันศุกร์ หลังราคาน้ำมันเริ่มคลายความร้อนแรงลง และผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดีกว่าคาดช่วยดึงนักลงทุนกลับเข้ามาถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่การแทรกแซงค่าเงินเยนครั้งแรกในรอบ 2 ปีของญี่ปุ่นช่วยพยุงค่าเงินที่อ่อนค่าหนักไว้ได้
Apple Inc. เพิ่มแรงหนุนต่อบรรยากาศเชิงบวก หลังรายงานผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และแนวโน้มยอดขายในอนาคตที่สดใส แม้จะมีคำเตือนถึงปัญหาข้อจำกัดด้านอุปทานชิป หุ้นของบริษัทปรับขึ้น 2.7% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ขณะที่หุ้นของ Caterpillar และ Alphabet ก็พุ่งขึ้นราว 10% หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดเช่นกัน
ความหวังว่าว่าผลกำไรของภาคธุรกิจจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ทำให้ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นมากกว่า 10% ตลอดเดือนเมษายน ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นถึง 15% ซึ่งเป็นการปรับตัวรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020
ในวันศุกร์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 ปรับขึ้นอีก 0.2% ส่วน Nasdaq futures ขยับขึ้น 0.1%
เดือนเมษายนยังเป็นเดือนที่แข็งแกร่งมากสำหรับตลาดหุ้นเอเชียเช่นกัน โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 16% ตลอดเดือน ดัชนีไต้หวันเพิ่มขึ้น 23% และดัชนีเกาหลีใต้ทะยานเกือบ 31%
อย่างไรก็ตาม วันหยุดตลาดในหลายประเทศจำกัดการซื้อขายในเอเชียวันศุกร์ โดยนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.4% หุ้นออสเตรเลียบวก 0.7% และดัชนีหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นของ MSCI ขยับขึ้น 0.3%
แม้ตลาดจะฟื้นตัว แต่เอเชียยังคงเปราะบางอย่างมากต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากภูมิภาคนี้ต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซเป็นส่วนใหญ่ และการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกยังคงจำกัด
ตลาดเงินก็กลับมาคึกคักเช่นกัน หลังแหล่งข่าวระบุว่า ทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน ด้วยการขายดอลลาร์เพื่อซื้อเยน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงถึง 5 เยน แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 155.50 เยนต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อดอลลาร์กลับมาอีกครั้งในวันศุกร์ ดันค่าเงินดอลลาร์ขึ้นสู่ระดับ 157.29 เยน เป็นสัญญานว่าโตเกียวอาจจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม หากต้องการรักษาค่าเงินให้อยู่ที่ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์
ทิม เบเกอร์ นักกลยุทธ์มหภาคจาก Deutsche Bank กล่าวว่า ต้นทุนของการแทรกแซงครั้งนี้น่าจะสูงถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ หากอิงจากประวัติที่ผ่านมา แต่เขาไม่มั่นใจว่าค่าเงินเยนต่อดอลลาร์จะลงลงต่อ หรือจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ได้นานแค่ไหน
ด้านราคาทองคำทรงตัวที่ 4,623 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว




