ศุภจี ถาม แต๋มทำผิดเหรอคะ ปมดราม่าทุเรียน สร้างดีมานด์ก่อน ลั่นช่วงนี้ หนามเยอะจริง

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ กำลังมีเผยแพร่ คลิปของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ไปเป็นองค์ปาฐก ในหัวข้อ “Leadership Beyond Comfort Zone: ก้าวข้ามกรอบเดิม เปิดทางการเปลี่ยนแปลง” ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานวันรามาธิบดี เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2569

ทั้งนี้ นางศุภจี ได้กล่าวช่วงหนึ่งในงาน เกี่ยวกับประเด็นทุเรียน ที่ก่อนหน้านี้กลายเป็นปมดราม่าไลฟ์สด ขายทุเรียน ลูกละ 100 บาท จำนวน 1 ล้านลูก กับพิมรี่พาย อินฟลูเอนเซอร์ ชื่อดัง

ศุภจี กล่าวช่วงหนึ่ง ระบุว่า “ทุเรียนแต๋มไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ให้มานั่งรับทุเรียนลูกละบาท สองบาท สามบาท อย่างนี้ แล้วคนก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู แต่ปัญหาใหญ่คืออยู่ที่ชาวสวน เพราะช่วยไม่ทัน เราก็เลยต้องพยายามจะสร้างดีมานด์ก่อน ก็คือสร้างอุปสงค์ก่อนที่ปัญหามันจะเกิด”

แต๋มทำผิดเหรอคะ (เสียงในห้องไม่ผิด)…ประมาณนั้นเลยค่ะ เรื่องทุเรียน ตั้งแต่ต้นปีนะคะ แต๋มเริ่มทำตลาดใหม่ ขอให้ทางทีมงานของเรา กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ปีนี้เราขวาไม่ได้ ไม่ใช่ขวาต้องไปเหมือนเดิม อย่างเดียวไม่พอ ต้องไปซ้ายด้วยนะ ต้องไปตะวันตกด้วย

“เพราะฉะนั้นตั้งแต่ต้นปีเราเริ่มทำกิจกรรม แต๋มนะคะมีทั้งแต่งตัวสวยๆ นะคะ ไปยืนถ่ายรูปแบบเซ็นสัญญาคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) กับสวนมาเป็นร้อยกว่าล้านบาท สองร้อยกว่าล้านบาท ไม่มีข่าวเลย

Advertisement

นางศุภจียังกล่าวว่า และตั้งแต่ต้นปีเพื่อที่จะทำให้เรามีการส่งออกได้ดีขึ้น เราไปตะวันออกกลางด้วยนะคะ UAE เราไปทำตลาดที่ประเทศอื่นๆ ที่เกาหลี หรือที่ประเทศอื่นที่เราพอจะไปได้ ส่วนทางขวานี้ เรายังต้องเร่งส่งไปที่จีน แล้วก็ไปทำการตลาดล่วงหน้า

แต่พอเริ่มมีเหตุการณ์สงครามเกิดขึ้น ก่อนที่เราจะเริ่มตัดทุเรียน คือเดือนมีนาคม สิ่งที่เราทำคือ เราส่งทีมหน้าด่านของเราเนี่ย ไปทางฝั่งขวา เพราะฝั่งขวาเนี่ยเราเจอใครคะ ที่เราจะส่งไปที่จีน  เจอเวียดนาม เขาก็ขาย แล้วเขาใกล้กว่า ค่าขนส่ง แล้วแถมเราต้องไปผ่านด่านเขาอีก ท่านคิดว่าเราเป็นคู่แข่งของเขา เขาจะเปิดด่านให้เราง่ายๆ ไหม

“เพราะฉะนั้นตั้งแต่เดือนมีนาคมเนี่ย เราส่งทีมเราไปดักอยู่ที่หน้าด่าน แล้วอำนวยความสะดวก ไปเคลียร์ คุย ใช้วิธีทางการทูตวิธีทางการเจรจา เพื่อที่จะให้ด่านเนี่ยเขาไม่กักทุเรียนเรา  เพราะทุเรียนถ้ากักหน้าด่านไปหลายๆ วันเนี่ย ทุเรียนแตกในคอนเทนเนอร์ ขายไม่ได้นะคะ เพราะทุเรียนเขามีอายุสั้น” ไปลุยกัน ไปอยู่ที่หน้าด่าน ถ่ายรูป เปิดตู้ ปิดตู้ ไปพยายามทำให้คนเห็นว่าเราแข็งแรง ตั้งแต่เดือนมีนาคมไม่มีข่าวค่ะ เรื่องนี้ไม่มีข่าว แต่เราขายเยอะนะคะ ตอนนี้เราไปเริ่มขาย”

นอกจากนี้ ศุภจียังระบุถึง ปัญหาของทุเรียน “ป๊อกแป๊ก” โดยกล่าวว่า “แต๋มก็ไปดู ป๊อกแป๊ก เขาผิดตรงไหนล่ะคะ เขาก็มาจากสวนเดียวกัน กับลูกที่เป็นพรีเมียมละค่ะ” แต่เขาเกิดมาตัวเล็ก แล้วเขาก็ขี้เหร่ด้วย เขาก็หน้าตาไม่ดี ถ้าท่านแกะเปลือกเขาออกมาดู ไม่ได้ทานเปลือก ไม่ใช่เหรอคะ ถ้าท่านดูเนื้อ มันก็อร่อยนะคะ แต่แต๋มสามารถที่จะให้ท่านลองดู ถ้ามาจากต้นเดียวกัน สวนเดียวกันที่คัดคุณภาพ  ต่อให้เป็นอาจารย์หมอซึ่งเก่งๆ ถ้าทำ Blind Test อาจารย์ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าอันไหนป็อกแป๊ก อันไหน AB นะคะเพราะว่ารสชาติแล้วก็เนื้อมันก็ดี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำการตลาดในสิ่งที่คนเขาไม่เอา

“เพราะเดี๋ยวจะมีป๊อกแป๊กออกมาเยอะ เรารู้อยู่แล้วว่ามันจะมี แล้วให้แต๋มไปรอทำตอนป๊อกแป๊กเขาออกมาเหรอคะ แต๋มก็ไปเปลี่ยนชื่อเขา ไม่เรียกเขาว่าป๊อกแป๊กแล้ว แต๋มเรียกเขาว่า ‘ซุปเปอร์จิ๋ว’ เพราะว่าเขาดูน่ารัก เขาไม่ได้ผิดอะไรถูกไหมคะ แต่ต้องเน้นคุณภาพนะคะ ไม่ใช่ป๊อกแป๊กทุกสวนดีหมดนะคะ ก็ต้องดูที่ต้นที่เขาดี ก็ทำ แล้วจะทำยังไง ทำการตลาดแต่งตัวสวยๆ ไป แต่งตัวอย่างนี้ไปปิดตู้ ไม่มีใครเห็นภาพนี้เลย”

“เราก็เลยต้องใช้ Live Commerce ก็เลยเป็นที่มาว่าเราทำแบบนั้น แต่ว่าก็เน้นเรื่องคุณภาพนะคะ แล้วก็ให้คนที่เขาทำเนี่ย ไปช่วยสอนคนหน้าสวน อย่ามาทำ Live Commerce ในสตูดิโอ แต่ไปทำที่สวน เพื่อให้ชาวสวนเนี่ย เขาสามารถที่จะเรียนรู้วิธีการทำ Live Commerce ได้ แล้วเสร็จแล้วเนี่ย พอถึงฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมามากๆ แล้วมีทุเรียนตกไซซ์ซึ่งล้งเขาไม่รับเนี่ย พี่น้องชาวสวนจะได้มีช่องทางในการระบาย”

“และที่สำคัญคือผู้บริโภค ก็เข้าถึงได้ รับทานได้ ไม่แพงมาก ดังนั้นทั้งหมดที่แต๋มเล่าให้ฟังเห็นไหมคะว่า มันคือต้องคิดออกไปนอกกรอบจริงๆ นอก Comfort Zone จริงๆและการที่จะเดินออกจาก Comfort Zone ไปเนี่ย คนทั่วไปตามไม่ทันนะคะ เขาไม่เข้าใจว่าเราทำอะไร เราทำไมถึงต้องมาทำตอนนี้ทุเรียนยังไม่ล้น ก็ถ้ารอล้นแล้วมันจะทันเหรอคะ เราถึงต้องรีบทำตรงนี้ไงคะ คือเราก็พยายามอธิบายให้เข้าใจ”

“แล้วทำไมถึงต้องไปทำกับ Live Commerce คนนี้ บอกไม่ได้ทำหรอกคนนี้ ทำกับทุกคนเลย วันก่อนก็ไปทำให้กับคน Live Commerce ของจีน แต๋มไม่ได้ไลฟ์สดขาย มีใครสนใจอยากจะให้แต๋มไป Introduce ไอเดีย แล้วก็ให้เขาไปทำของเขาเอง เพราะว่าในเรื่องของการทำการตลาดเทคนิคเขามีวิธีเยอะแยะ เราทำไม่เป็นหรอกค่ะ เราแค่บอกว่าช่วยกันนะ ไปช่วยให้ชาวสวนเราแข็งแรงขึ้น”

ทั้งนี้ ยังระบุว่า ถึงการเข้าสู่เส้นทางการเมือง ครั้งนี้รอบนี้เนี่ย ออกมาเกินขอบของ Comfort Zone ที่ตัวเอง Comfort มากเป็นพิเศษเพราะว่าออกมาอยู่ในมุมที่ไม่มีใครสนับสนุนเลยนะคะ ทั้งคนใกล้ชิดรอบตัว เพราะว่าการที่มาอยู่ตรงนี้เนี่ย ก็จะมีทั้ง เอ่อ เรื่องของคนชอบ คนไม่ชอบคนที่เข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจ

แล้วก็มีทั้งวาระ ทั้งเรื่องของการเมืองอะไรมากมาย ซึ่งเราไม่ใช่คนทางด้านการเมืองเลย เราบอกว่าเรามาทำหน้าที่นี้เนี่ย เราตั้งใจมา ไม่ใช่ทำการเมือง แต่เรามาทำเพื่อบ้านเมือง ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งคนจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจเนี่ย ก็ไม่ทราบ หรือคนที่จะ เข้าใจแต่ทำเป็นไม่เข้าใจก็มี เพราะฉะนั้นเนี่ย ก็เป็นเรื่องที่ต้องออกมานอก Comfort Zone จริงๆ

 “แล้วก็คาดไม่ถึงว่าจะมาเป็นคนที่มีหนามรอบตัวขนาดนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้เนี่ย เป็นช่วงที่หนามเยอะจริงๆ นะคะ”