รมต.เขมรเผย กัมพูชาจะดำเนินการขอไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS หากไทยยกเลิก MOU44

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่างประเทศของกัมพูชากล่าวว่า กัมพูชาจะดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้อนุสัญญากฎหมายทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) หากไทยดำเนินการตามแผนที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU44 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนจากการเจรจาทวิภาคีไปสู่ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศ

โดยนายกง โพก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษ สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของกัมพูชา (TVK) แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่ารัฐบาลไทยกำลังเตรียมที่จะยกเลิก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว

นายกง โพก กล่าวว่า กรอบการทำงานดังกล่าว เป็นพื้นฐานของการเจรจาทางทะเลระหว่างสองประเทศมานานกว่า 2 ทศวรรษ และว่า “เรารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยกำลังพิจารณาที่จะถอนตัวออกจาก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว” พร้อมอธิบายว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่ทั้งสองฝ่ายยึดถือมานานกว่า 2 ทศวรรษ เพื่อจัดการกับข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทย

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ลงนามที่กรุงพนมเปญ เดือนมิถุนายน 2544 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลผ่านแนวทางข้อตกลงแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการกำหนดเขตแดนเข้ากับการพัฒนาร่วมกันของทรัพยากรน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง โดยไม่กระทบต่ออธิปไตยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นายโพก เตือนว่า การถอนตัวฝ่ายเดียวของไทย จะทำลายกลไกที่มีมายาวนาน ซึ่งมีรากฐานมาจากความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวิธีการจัดการข้อพิพาทในอนาคต

Advertisement

“หากไทยถอนตัวออกจากบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เพียงฝ่ายเดียว กัมพูชาจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศ” ซึ่งนายโพก หมายถึง อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และกดไกลการไกล่เกลี่ยภาคบังคับสำหรับการระงับข้อพิพาทโดยเฉพาะ

“นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความหวังอย่างจริงใจของเราว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรม ยุติธรรมและยั่งยืน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ” นายโพกกล่าว โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ