‘ปภินวิชช์’ ดันแพชชันสู่การลงทุน ยกระดับตลาดสิ่งสะสมกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล
ในวันที่ของสะสมกีฬาไม่ได้เป็นเพียงความรักและแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่เติบโตเร็วที่สุด ปภินวิชช์ เชิงชวโน ผู้ก่อตั้ง PBidding และผู้จัดงาน Thailand Sports Collectibles Convention 2026 (TSCC’26) ได้เปิดใจถึงการมองเห็นจังหวะสำคัญ และเปิดจุดเริ่มต้นของการยกระดับวงการสิ่งสะสมกีฬาให้เติบโตขึ้นว่า
ตอนนี้ตลาดสิ่งสะสมกีฬาในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วมากๆ โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ที่ได้เห็นชุมชนนักสะสมกระจายตัวอยู่ในกลุ่มออนไลน์ต่างๆ กว่าหลักแสนคน แต่ส่วนใหญ่ยังแยกย่อยเป็นกลุ่มเฉพาะทาง (Niche Market) ไม่ว่าจะเป็นการ์ดนักกีฬา TCG เสื้อฟุตบอลวินเทจ หรือของที่ระลึกจากการแข่งขัน ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีมูลค่าการซื้อขายที่สูงมาก
“สิ่งที่ผมสังเกตคือ คนไทยมีความหลงใหลในกีฬา โดยเฉพาะ กีฬาฟุตบอล แต่ยังขาดแพลตฟอร์มกลางที่จะรวบรวมทุกคนไว้ด้วยกัน งาน TSCC’26 จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้เราเชื่อว่าตลาดนี้มีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก เพราะยังมีนักสะสมรุ่นใหม่เข้ามาเรื่อยๆ และที่สำคัญ คนเริ่มมองว่าสิ่งสะสมเป็นการลงทุนมากกว่างานอดิเรกเพียงอย่างเดียว”
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีในวงการสะสม ปภินวิชช์ไม่ได้เพียงเฝ้ามองการเติบโตเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้รู้ว่าตลาดไทยพร้อมแล้ว ทั้ง นักสะสมมีกำลังซื้อ มีความรู้ และที่สำคัญมีความต้องการที่จะพบปะแลกเปลี่ยนกัน เพียงแต่ยังไม่มีพื้นที่กลางที่เหมาะสม ดังนั้นงาน TSCC’26 จึงได้เกิดขึ้น
“เราไม่อยากทำงานเล็กๆ เพราะเราต้องการสร้างมาตรฐานให้กับวงการ ทั้งในเรื่องของการรับรองสินค้า การ ซื้อขายที่โปร่งใส และการสร้างประสบการณ์ที่ครบครัน เราเชิญร้านค้ามากกว่า 200 ราย มีทั้งร้านไทยและต่างชาติ เพื่อให้นักสะสมได้เห็นว่าตลาดนี้กว้างและลึกแค่ไหน และที่สำคัญที่สุด เราต้องการพิสูจน์ว่า ตลาดสะสมกีฬาไทยมีศักยภาพระดับสากล ผ่านการนำตำนานฟุตบอลโลก “เทพบุตรเปียทองคำ” โรเบร์โต้ บาจโจ้มาร่วมงาน ในช่วงก่อนฟุตบอลโลกที่จะเกิดขึ้น”
“อย่างที่ทราบกันว่าในไทยกีฬาอันดับ 1 คือฟุตบอล และก็มียุคของลีกอิตาลีที่ได้รับความสนใจมากๆ มีนักเตะที่โหดๆ ดังๆ หลายคน และ บาจโจ้ ก็ถือว่าเป็นสมบัติแห่งชาติของอิตาลีไปแล้ว เรียกว่าเป็นหนึ่งในตำนานนักกีฬาที่ผมอยากจะเจอมากที่สุดด้วย และเขาเป็นคนที่ออกสื่อน้อยมาก โอกาสได้เจอตัวจริงยากมาก”
ทั้งยอมรับว่าบาจโจ้เป็นมากกว่านักเตะ เขาคือสัญลักษณ์ของยุคทอง ฟุตบอลอิตาลีในช่วงยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลไทยหลายรุ่นเติบโตมากับฟุตบอลยุโรป อย่างที่ได้เห็นคอมเมนต์มากมายว่า ‘เสื้อตัวแรกที่ซื้อคือเบอร์ 10 บาจโจ้’ หรือ ‘ตื่นเช้ามาดูบอล โลกเพราะอยากเห็นบาจโจ้เตะ’ นี่คือความทรงจำที่ฝังลึก การได้พบเขาแบบใกล้ชิด ถ่ายรูป รับลายเซ็น จึงเป็นการ ปิดวงจรความทรงจำในวัยเด็ก

ซึ่งการพาตำนานระดับโลกอย่างบาจโจ้มาไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ปภินวิชช์ เล่าว่าต้องใช้เวลาในการประสานงานหลายเดือน ทั้งเรื่องกำหนดการ งบประมาณ การสื่อสารว่า ตลาดไทยพร้อมสำหรับตำนานระดับนี้ และสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการทำให้เขามั่นใจว่า จะได้งานระดับมืออาชีพ ทั้งการจัดกิจกรรม ความปลอดภัย รวมถึง คุณภาพของผลงานศิลปะที่บาจโจ้จะเซ็น
สำหรับนักสะสมลายเซ็น ในงาน TSCC’26 บาจโจ้จะได้เซ็นบนผลงานศิลปะพิเศษที่จำกัด 250 ชิ้นไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงในระยะยาว โดยภาพวาดดังกล่าวเป็นฝีมือลายเส้นของศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก pookiee_art ที่ชื่อเสียงในแวดวงฟุตบอล จากผลงานอันโดดเด่นอย่างภาพของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ บนธนบัตรประเทศเนเธอร์แลนด์
“เรามีโจทย์ในการวาดคือเป็นภาพของบาจโจ้ในขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถวาดได้โดยที่สเกลไม่เพี้ยนและดูดีที่สุด เลยได้เป็นขนาดกระดาษ A2 ต้นฉบับของภาพถูกวาดขึ้นด้วยเทคนิค Engraving Style โดยใช้ปากกาด้ามเดียววาดออกมา ทำให้ได้เห็นลายเส้นที่ชัดมาก ถ่ายทอดรายละเอียดอย่างประณีตและสมจริงในทุกมิติ และนำมาผลิตซ้ำด้วย Silkscreen แบบทำมือ ทำให้ภาพทุกใบที่ได้มีลายเส้นที่ไม่เหมือนกัน โดยมีลายเซ็นศิลปินผู้วาดพร้อมรันหมายเลขด้านหลังภาพ พร้อมลายเซ็นสดจากบาจโจ้ที่สามารถเข้าไปรับลายเซ็นนี้ด้วยตัวเองกับมือ ได้ถ่ายรูปคู่ รวมถึงแพ็กเกตจิ้งในการเก็บสะสมภาพดังกล่าวในระดับพรีเมียม ซึ่งจะมีการผลิตจำกัดเพียง 250 ชิ้น ในราคา 21,400 บาท เท่านั้น เป็นอีกหนึ่งงานสะสมที่มีมูลค่า”
ทั้งนี้ ปภินวิชช์ ยังได้พูดถึงแนวคิด ‘Passion Investment’ ว่า คือการลงทุนในสิ่งที่ตัวเองรักและเข้าใจ ไม่ใช่แค่มองหาผลตอบแทน แต่ยังได้ความสุขจากการครอบครอง
“สิ่งสะสมกีฬาเป็นตัวอย่างที่ดีมาก คุณอาจซื้อเสื้อฟุตบอลวินเทจที่มีลายเซ็นของนักเตะที่คุณชื่นชอบในราคา 10,000 บาท แต่ 5-10 ปีต่อมา มูลค่าอาจพุ่งเป็น 50,000-100,000 บาท หรือมากกว่า ขณะเดียวกันก็ได้ความสุขจากการมองเห็นมันอยู่ในบ้านทุกวัน แตกต่างจากการลงทุนทั่วไป ที่คุณอาจไม่เข้าใจสินค้าจริงๆ แต่ Passion Investment คุณรู้ว่าอะไรหายาก อะไรมีมูลค่า คุณจึงตัดสินใจได้ดีกว่า และที่สำคัญ ถึงราคาตกก็ไม่เสียใจ เพราะยังมีความสุขกับมัน”
แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากเข้ามาในวงการนี้ ทั้งในแง่ของการสะสมและลงทุน โดยเขาก็ไม่ได้ชวนให้รีบซื้อ แต่ชวนให้เรียนรู้ก่อน อยากให้ซื้อเพราะเข้าใจจริงๆ ว่าทำไมมันมีค่า
“ในงาน TSCC’26 เราจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้เรื่องการเกรดสินค้า การประเมินมูลค่าและวิธีดูแลรักษาของสะสม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ผมแนะนำให้เริ่มจากสิ่งที่คุณรัก เช่น คุณชอบฟุตบอล ก็เริ่มจากเสื้อทีมทีคุณเชียร์ หรือการ์ดนักเตะที่คุณชื่นชอบ และอย่าลืมว่า ต้องซื้อของแท้และมีการรับรองที่ชัดเจน เพราะนั่นคือสิ่งที่รักษามูลค่าในระยะยาว ในงานมีทั้งร้านในและต่างประเทศ มีการ์ดกีฬาและการ์ด TCG (Trading Card Game) ซึ่งตลาดใหญ่ที่สุดคือโปเกม่อน รองมาคือ วันพีช มีโซนที่ขายเสื้อบอลทั้งวินเทจและหายาก”

อีกหนึ่งกิจกรรมของงานที่ เขาอยากให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงก็คือ Live Break Card หรือ การเปิดกล่องการ์ดสะสมแบบสด เรียกว่ากิจกรรมที่กำลังได้รับความนิยมจากนักสะสมเป็นอย่างมาก
“ผู้ซื้อจะได้ดูการเปิดกล่องแบบ real-time และได้การ์ดที่อยู่ในกล่องนั้นๆ ทันที มันตื่นเต้นเพราะคุณไม่รู้ว่าจะได้การ์ดอะไร อาจได้การ์ดธรรมดา หรืออาจโชคดีได้การ์ดหายากมูลค่าหลักแสน ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอเมริกา Live Break เป็นธุรกิจหลักของร้านค้าหลายแห่ง และในไทยก็เริ่มมีความนิยมมากขึ้น การที่เราจัดในงานใหญ่พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ที่มีคอมมูนิตี้แข็งแกร่ง จะช่วยทำให้คน รู้จักและเข้าใจมากขึ้น”
จึงได้เลือกจัดกิจกรรม Live Break Card ร่วมกับ รุจ ศุภรุจ, จ๋าย ไททศมิตร และ โอม ปัณฑพล ศิลปินชื่อดังที่อยู่ในวงการนี้และมีความรู้จริงในวงการสะสมไม่ใช่แค่มีชื่อเสียง
“พวกเขาสะสมมานานและมีคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาในวงการ และที่สำคัญ การทำ Live Break ในงานใหญ่แบบนี้ จะทำให้คนที่ไม่เคยรู้จัก ได้เห็นว่ามันสนุกและน่าสนใจแค่ไหน เราอยากให้งาน TSCC’26 ไม่ใช่แค่งานสำหรับนักสะสมเก่า แต่เป็นงานที่ครอบคลุมทุกเจเนอเรชั่น”
เมื่อมองไปข้างหน้า ปภินวิชช์ ก็เผยถึงแผนอนาคตและความคาดหวังอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายระยะสั้นคือ ทำให้ TSCC เป็นงานประจำปีที่นักสะสมรอคอย โดยตั้งใจจะพัฒนาทั้งในด้านขนาดของงาน ความหลากหลายและคุณภาพของกิจกรรม ในส่วนของระยะกลาง อยากให้ TSCC เป็นจุดหมายปลายทางของนักสะสมจากทั่วเอเชีย
“ถ้าเราทำได้ นั่นหมายความว่า ตลาดไทยได้รับการยอมรับในระดับ ภูมิภาค และระยะยาว เราอยากเห็น วัฒนธรรมการสะสมที่ถูกทางในไทย ที่คนเข้าใจว่า การสะสมไม่ใช่แค่การซื้อของมาเก็บ แต่เป็นการศึกษา การลงทุน และการสร้างมรดกที่ส่ง ต่อได้ เราจะทำงานผ่านการให้ความรู้ การสร้างมาตรฐานและการสนับสนุนชุมชนนักสะสมอย่างจริงจัง”
งาน TSCC ในครั้งต่อๆ ไปก็มีความตั้งใจที่จะนำตำนานกีฬาระดับโลกมาให้แฟนๆ ได้พบอย่างแน่นอน โดยเกณฑ์การเลือกคือ ต้องเป็นตำนานที่แฟนไทยรู้จักและรัก, ต้องเป็นคนที่มีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แค่ผลงาน และต้องเป็นคนที่ของสะสมเกี่ยวกับเขามีมูลค่าและเป็นที่ต้องการของนักสะสม และหวังว่าจะได้เห็นคอมมูนิตี้ในไทยเติบโตขึ้น
ทั้งนี้ยังได้ทิ้งท้ายฝากถึงนักสะสมทั้งมืออาชีพและมือใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วงการนี้ว่า การมาร่วมงาน TSCC’26 ทำให้ได้เห็นว่าตลาดนี้กว้างและน่าสนใจแค่ไหน ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และได้เริ่มต้นอย่างถูกวิธี ถ้าเป็นนักสะสมมานาน ก็จะได้พบของหายากที่หาไม่ได้ง่ายๆ ได้แลกเปลี่ยนกับนักสะสมคนอื่น และที่พิเศษที่สุด คือได้พบตำนานอย่างโรเบร์โต้บาจโจ้
และสำหรับทุกคน มากกว่าการสะสมที่ถูกทาง คือการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ที่คุ้มค่าที่สุด คือความสุขที่ได้จากสิ่งที่รัก มาเจอกันที่ TSCC’26 วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ที่ Central Westgate




