สก.เนอส เชื่อ กรุงเทพฯ ยังดีกว่านี้ได้อีก หากมี ‘ผู้ว่า กทม.-สก. 50 เขต’ พร้อมลากปัญหาที่ถูกซุกอยู่ใต้พรม มาคุยอย่างเปิดเผย-แก้ไขกันอย่างจริงจัง ย้ำ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แต่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น
เมื่อเวลา 18.15 น. วันที่ 5 พฤษภาคม นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน กล่าวในฐานะตัวแทน ส.ก.รุ่นแรก ว่า สิ่งที่พวกเราได้ทํามาตลอด คือการให้น้ำหนักของงานพื้นที่และสภาเท่าๆ กัน ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รู้เรื่องในเขตอย่างทะลุปรุโปร่ง หลายเรื่องที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ในเขต เรานําเข้าสู่สภากรุงเทพมหานคร ให้มีการแก้ไขในระดับนโยบาย รวมถึงการตรวจสอบการทุจริตงบประมาณที่เข้มข้น ประหยัดภาษีให้ประชาชนได้ปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาท เราสนับสนุนโครงการของผู้ว่าฯ กทม.ที่เป็นเหตุเป็นผล และมีราคาเหมาะสม ไปจนถึงการผลักดันโครงการพัฒนาความเป็นอยู่ของแต่ละเขต ให้ตรงกับสิ่งที่ประชาชนต้องการจริงๆ
น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า ตนขอยกตัวอย่างในฐานะ ส.ก.เสียงส่วนน้อยที่ไม่มีผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค เช่น โครงการศูนย์นันทนาการบางซื่อ ซึ่งทรุดโทรมและไม่มีการปรับปรุงตลอด 20 ปี จากการลงพื้นที่ของตนพบว่ามีผู้ใช้บริการทุกเพศทุกวัย มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นต่อกัน และต่อครูฝึก แม้จะมีศูนย์ใกล้เคียงที่พร้อม และน่าใช้บริการมากกว่า แต่ประชาชนยังเลือกใช้ศูนย์นี้ ดังนั้น จึงเห็นว่า สิ่งที่เราทําได้ในฐานะ ส.ก.คือการปรับปรุงกายภาพของศูนย์นี้ให้ตอบโจทย์กับการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เนื่องจากตนไม่อยากให้ศูนย์นี้เป็นหนึ่งในโครงการรัฐที่ทุ่มงบลงไป โดยไม่สนผู้ใช้งานจริง มีการเปิดรับฟังความเห็นของผู้ใช้งานและนําความเห็นมาออกแบบร่วมกันกับคณะก้าวหน้าและภาคเอกชน ผลักดันผ่านสภา กทม.จนได้รับการบรรจุงบประมาณ
น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวด้วยว่า ขณะที่การพิจารณางบรายจ่ายประจำปีกว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.เป็นฝ่ายเสนอมา ตนและเพื่อน ส.ก.พรรคประชาชน เชื่อว่าการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาที่สุดคือดูตามเอกสารตามเนื้อผ้า ไม่ใช่ดูความเป็นจริงคู่ขนานที่พูดกันหลังบ้านว่างบตัวไหนเป็นของใคร เมื่อปีก่อนตนอภิปรายเรื่องงบซ่อมสภา กทม.รวม 4 โครงการ จำนวน 194 ล้านบาท มีทั้งการซ่อมหลังคาของสภาที่น้ำรั่ว การสร้างห้องประชุมเพิ่ม ทั้งที่ทุกวันนี้ก็ประชุมพออยู่แล้ว ห้องสมุดที่มีโรงหนังมีหลังคาเป็นกระจกและมีซาวด์รูปทับอีกที เปิดปิดได้เหมือนรีสอร์ต รวมถึงการติดแอร์ใหม่ทั้งระบบ ทั้งที่ปัญหาคือแอร์บางห้องไม่เย็น

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้จาก 4 โครงการ มี 2 โครงการที่ไม่จำเป็นต้องทำเลยด้วยซ้ำ และทุกโครงการมีส่วนต่างราคาเกิน 100% ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ แต่ในเดือนนั้นเสียงของพวกเรามีอยู่ 11 เสียงจาก ส.ก.ทั้งหมด 50 เสียง มันน้อยเกินไป สุดท้ายแพ้เสียง ส.ก.ส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม เราสามารถผลักดันปรับลดงบซ่อมสภาที่เป็นส่วนต่างไปได้มากกว่า 92 ล้านบาท
“นี่คือผลงานของ ส.ก.พรรคประชาชนเพียงเขตเดียว อยากให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนคิดภาพตามว่า หากเรามี ส.ก.ที่มีเจตจำนงทางการเมืองเข้มแข็ง และหลังตรงทั้ง 50 เขต 50 คน ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคประชาชนที่พร้อมจะนำโครงการเหล่านี้ไปต่อยอดให้เป็นนโยบายกรุงเทพฯ ที่ดีกว่านี้ด้วยงบประมาณที่ไม่ต้องถูกถล่มไปกับการทุจริต จะดีขนาดไหน หลายท่านอาจจะคิดว่ากรุงเทพฯ ในตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่ดิฉันและเพื่อนๆ จากพรรคประชาชนเราเชื่อว่า กรุงเทพฯ ยังดีกว่านี้ได้อีก ด้วยการลากปัญหาที่ถูกซุกอยู่ใต้พรม เอาออกมาพูดคุยกันอย่างเปิดเผย และแก้ไขกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นจากการตั้งโครงการแล้วชงกันลงมาทุกระดับ อยากให้พ่อแม่พี่น้องลองนึกดูดีๆ ว่า วันนี้เมื่อท่านเข้าไปติดต่อขอใบอนุญาตต่างๆ มันมีการเรียกรับส่วยที่น้อยลงหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนรูปแบบไปให้เนียนขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว
น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า ปัญหากลิ่นจากโรงขยะที่กินพื้นที่ไปถึง 8 เขต ที่ถูกปล่อยปละมาตลอดจนจะหมดสมัยแล้วถึงทุกวันนี้ ทั้งที่กรุงเทพฯ มีอำนาจเต็ม 100% ในการยกเลิกสัญญากับโรงขยะ ดังนั้น ปัญหาการเข้าไม่ถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนที่แท้จริง ถ้าเรายังทํางานผ่านระบบข้าราชการเพียงอย่างเดียว ปัญหาพื้นที่อิทธิพลที่เกาะกินผลประโยชน์อยู่ทั่วกรุงเทพฯ ที่ต้องใช้เจตจํานงทางการเมืองไปบู๊สู้ให้สุด และยังต้องใช้องคาพยพจากรัฐบาล ผู้ว่าฯ กทม. ส.ส. และ ส.ก.ในการจัดการร่วมกัน
“พรรคประชาชนเราเชื่อว่าเราทําได้ และเราก็เชื่อว่ามีพ่อแม่พี่น้องอีกจํานวนไม่น้อยที่เชื่อเหมือนเราว่ากรุงเทพฯ ยังดีได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ทั้ง ส.ก.เดิม และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคประชาชน จะทำงานด้วยอุดมการณ์เดียวกันกับพรรค ทั้ง 50 เขต 50 คน ถูกคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น เราพร้อมทำงานทั้งงานสภาและงานพื้นที่ตั้งแต่วันแรก เราพร้อมผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์ และตรวจสอบงบประมาณ เพื่อปกป้องภาษีของทุกคน ให้ใช้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว
น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า วันนี้เราได้ยกระดับมาตรฐานของสภากรุงเทพฯ ไปแล้วด้วย ส.ก.พรรคประชาชนรุ่นแรก และเราจะกระจายต่อไปในทุกเขตที่ไว้ใจให้เราเป็นผู้แทน ในวันที่ 28 มิถุนายนที่กำลังจะมาถึงนี้ หลังพวกเราทั้ง 50 คนได้เข้าไปทำงาน เราพร้อมจะผลักดัน พ.ร.บ.กระจายอำนาจ และ พ.ร.บ.อื่นๆ ผ่านสภากรุงเทพฯ ที่พวกเราทุกคนจะใช้ชีวิตกันได้ง่ายกว่านี้ ต้องไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า การทํางานร่วมกันโดยไร้รอยต่อ ในทุกองคาพยพของพรรคประชาชนนั้น จะเปลี่ยนชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้นแน่นอน





