‘ซัมซุง’ ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

(REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo)

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นเป็นบริษัทเอเชียแห่งที่ 2 ที่มีมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลจากความเฟื่องฟูของเทคโนโลยี AI ทำให้ดีมานด์ของชิปหน่วยความจำเพิ่มสูงขึ้น สร้างผลกำไรมากกว่าคาดการณ์ 48 เท่า ในเดือนมีนาคม

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก สัญชาติเกาหลีใต้ มีมูลค่าตลาดถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32.4 ล้านล้านบาท) หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากดีมานด์ของชิปที่ใช้ในปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ พุ่งขึ้น 13% ในวันที่ 6 พฤษภาคม ทำให้กลายเป็นบริษัทสัญชาติเอเชียแห่งที่สองต่อจากไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟ็กเจอริ่ง (TSMC) ที่มีมูลค่าตลาดระดับหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ และส่งผลให้ดัชนี Kospi ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นรวมทั้งหมดที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก

ซัมซุง และบริษัทคู่แข่งด้านชิปหน่วยความจำอย่าง SK Hynix Inc. สัญชาติเกาหลีใต้ และ TSMC สัญชาติไต้หวัน ทำให้เอเชียเป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศ AI ระดับโลก โดยผสานความเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ขยายตัว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกระตุ้นให้หุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยในเดือนนี้หุ้นของ SK Hynix Inc. และ TSMC ก็ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนเดิมพันว่าความต้องการชิปขั้นสูงและกำลังการประมวลผลจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

Advertisement

เดฟ มาซซา ซีอีโอ Roundhill Investments ในนิวยอร์ก กล่าวว่า ตัวเลขหนึ่งล้านล้านดอลลาร์มีความสำคัญมากกว่าแค่สัญลักษณ์ โดยในภาพกว้างสิ่งนี้สะท้อนถึงการประเมินค่าของตลาดว่า บทบาทของชิปหน่วยความจำในโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ใช่แค่เรื่องของวัฎจักร แต่เป็นเรื่องของ ‘โครงสร้าง’

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาแผนกเซมิคอนดักเตอร์ซัมซุงทำกำไรได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 48 เท่า สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 1/2026 เนื่องจากคำสั่งซื้อดาต้าเซ็นเตอร์ AI ให้ผลกำไรมหาศาล

Advertisememt

นักวิเคราะห์คาดว่า แผนกนี้จะต่อยอดจากผลกำไรที่ทำลายสถิติ เพื่อสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า เนื่องจากราคาตามสัญญาซื้อขายยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปทานที่จำกัด

ในขณะเดียวกันแอปเปิลยังได้หารือเบื้องต้น เกี่ยวกับการใช้ซัมซุงในการผลิตโปรเซสเซอร์หลักสำหรับอุปกรณ์ในสหรัฐ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจาก TSMC ที่เป็นพันธมิตรระยะยาว

แซม คอนราด ผู้จัดการการลงทุน Jupiter Asset Management กล่าวว่า ในปัจจุบันตลาดชิปหน่วยความจำมีซัพพลายไม่เพียงพอ และซัมซุงกล่าวไว้ว่า ในปี 2027 ทั้งดีมานด์และซัพพลายของชิปจะตึงตัวกว่าในปีนี้ ดังนั้นราคาของ NAND และ DRAM มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามซัมซุงก็กำลังเผชิญกับความท้าทายเช่นกัน โดยกำไรจากธุรกิจชิปนั้นเติบโตสวนทางกับธุรกิจมือถือและจอแสดงผลที่กำลังซบเซาและต้องต่อสู้กับราคาวัสดุและส่วนประกอบที่สูงขึ้นอยู่ นอกจากนี้กำไรจากความเฟื่องฟูของ AI ยังกระตุ้นให้พนักงานซัมซุงเรียกร้องส่วนแบ่งที่มากขึ้น ซึ่งพนักงานขู่ว่าจะหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 18 วัน ในปลายเดือนพฤษภาคมนี้

การที่หุ้นของซัมซุงและ SK Hynix Inc. ซึ่งมีสัดส่วนในดัชนี Kospi มากกว่า 43% นั้น เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก โดยดัชนีอ้างอิงปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 5.8% ในวันที่ 6 พ.ค. และการพุ่งขึ้นของสัญญาฟิวเจอร์ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องระงับการซื้อขายแบบตั้งโปรแกรม

ทั้งสองบริษัทยังมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ดัชนีหุ้นของเอเชียขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากประโยชน์ในการใช้จ่ายด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงมองว่า ความต้องการชิปหน่วยความจำกำลังอยู่ในช่วงซูเปอร์ไซเคิล และกำลังทำลายวัฏจักรขาขึ้น-ขาลง ที่เกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษ

มาร์ก เดวิดส์ หัวหน้าฝ่ายตลาดเกิดใหม่และหุ้นเอเชียแปซิฟิก เจพีมอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ผลกำไรโดยรวมของบริษัทยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มาจากภาคเทคโนโลยี และกำไรของซัมซุงสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดาที่บริษัทเหล่านี้สามารถทำกำไรได้สูงเกินคาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง