เดอะ โชซอน เดลี่ รายงานว่า จากภาวะตลาดหุ้นขาขึ้น ทำให้พ่อแม่นิยมให้หุ้นเป็นของขวัญวันเด็กแทนเงินสดหรือของเล่น เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม จากข้อมูลของ บริษัทหลักทรัพย์ไดชิน ระบุว่า จำนวนการเปิดบัญชีใหม่สำหรับเด็กอายุ 0-9 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 119.2% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมปีนี้ เพิ่มขึ้น 2 เท่าในเวลาเพียง 4 เดือน ส่วนการเปิดบัญชีใหม่สำหรับวัยรุ่นก็เพิ่มขึ้น 101% ในช่วงเวลาเดียวกัน
สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับอัตราการเติบโตของการเปิดบัญชีที่สูงในกลุ่มประชากรวัยทำงานหลัก ได้แก่ กลุ่มอายุ 30 ปี 352.6% 20 ปี 308.4% และ 40 ปี 220.8% เนื่องจากคนรุ่นพ่อแม่เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างแข็งขัน ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การลงทุนร่วมกันในครอบครัว” นี้ ก็คือพวกเขาจะเปิดบัญชีให้ลูกๆ และซื้อหุ้นชั้นนำ
ปริมาณเงินที่ไหลเข้าบัญชีของผู้เยาว์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสถิติที่วิเคราะห์โดย บริษัทหลักทรัพย์ชินฮัน โดยอิงจากข้อมูลการเปิดบัญชีลูกค้าผู้เยาว์ และข้อมูลการซื้อขายหุ้นในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของปีนี้ พบว่าจำนวนการเปิดบัญชีของผู้เยาว์ในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 272% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดเงินเฉลี่ยต่อบัญชีของผู้เยาว์อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านวอนเกาหลี
ขณะที่ Khan รายงานว่า พนักงานออฟฟิสหญิงวัย 37 ปีคนหนึ่ง เปิดบัญชีหุ้นในชื่อของลูกชายวัย 2 ขวบ ทันทีที่เปิดบัญชีก็ได้ลงทุนในหุ้นอย่าง Samsung Electronics และ SK hynix รวมถึงทองคำแท่งด้วย ก่อนหน้านี้เธอเปิดปัญชีออมทรัพย์ธนาคาร แต่หลังจากเห็นตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้น ก็เปลี่ยนมาลงทุนในหุ้นแทน
“ทุกวันนี้ แม้จะไม่ใช่โอกาสพิเศษอะไร การเปิดบัญชีและลงทุนให้ลูกก็เป็นเทรนด์ ฉันวางแผนที่จะเริ่มฝากเงินเข้าบัญชีหุ้นตั้งแต่เนิ่นๆ”
วันที่ 4 ที่ผ่านมา เป็นวันก่อนวันเด็กแห่งชาติ ได้มีโพสต์หนึ่งปรากฏในชุมชนออนไลน์โดยว่า “ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าซัมซุงให้ฉันในวันเด็ก” ผู้เขียนโพสต์ว่า ฉันถามลูกชายว่าฉันควรซื้อทองคำหรือหุ้นดี และเขาบอกว่าเขาชอบหุ้นมากกว่า และขอให้ซื้อหุ้นซัมซุง เมื่อวานฉันเลยเปิดบัญชีให้ลูกและฝากหุ้นเข้าไป จากนี้ฉันจะซื้อหุ้นทีละเล็กละน้อยในโอกาสพิเศษต่าๆง เพื่อสะสมเงินก้อนใหญ่ให้เขา
ตลาดหุ้นเกาหลีกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พ่อแม่จำนวนมากขึ้นจึงพยายามเพิ่มสินทรัพย์ผ่านการลงทุนมากกว่าการออมแบบธรรมดา แนวโน้มการเปิดบัญชีหุ้นให้กับผู้เยาว์และการมอบหุ้นเป็นของขวัญกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หุ้นอันดับ 1 ที่พ่อแม่มอบเป็นของขวัญให้ผู้เยาว์เมื่อเดือนที่แล้วคือ Samsung Electronics

บริษัท ชินฮัน อินเวสต์เมนต์ แอนด์ หลักทรัพย์ ยังได้วิเคราะห์สถานะการเปิดบัญชีของลูกค้าที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และข้อมูลการซื้อขายหุ้นในประเทศและต่างประเทศในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม พบว่าจำนวนบัญชีของผู้เยาว์ที่เปิดในไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 272% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดเงินคงเหลือเฉลี่ยต่อบัญชีประมาณ 10 ล้านวอน
หุ้นที่ผู้ปกครองมอบให้เป็นของขวัญบุตรหลานที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมากที่สุดคือหุ้นของ Samsung Electronics จากการวิเคราะห์ของ KB Securities เกี่ยวกับหุ้นที่ลูกค้ามอบเป็นของขวัญให้แก่บุตรหลานที่มีอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่า ผ่านบริการ ‘Gift a Stock’ บริการที่อนุญาตให้ผู้ใช้มอบหุ้นเป็นของขวัญผ่านระบบซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ หรือ ระบบซื้อขายผ่านมือถือของบริษัทหลักทรัพย์
หุ้นของ Samsung Electronics คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่ง (56.3%) ของหุ้นในประเทศที่ลูกค้าของ KB Securities มอบให้แก่ผู้เยาว์ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งคาดว่าเกิดจากราคาหุ้นของ Samsung Electronics ที่พุ่งขึ้นประมาณ 84% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันก่อนหน้า
หุ้นในประเทศที่ถูกมอบเป็นของขวัญให้แก่บริษัทขนาดเล็กมากเป็นอันดับ 2 คือ Kia (6.5%) ตามมาด้วย Kakao (6.1%), HLB (3.7%), Ecopro BM (3.6%), Duksan Tecopia (3.0%), DS Danseok (2.5%) และ POSCO Holdings (2.1%) ส่วน SK hynix ซึ่งเป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำอีกแห่งหนึ่งในประเทศ ได้รับของขวัญเพียง 1.5% เท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่สูงกว่า 1.4 ล้านวอนจะเป็นปัจจัยหนึ่ง
ทั้งนี้ PANewslab ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า การลงทุนดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากภาษีมรดกและภาษีของขวัญฉบับปัจจุบันของเกาหลีใต้ ที่ยกเว้นภาษีสำหรับบุตรที่อายุต่ำกว่า 19 ปี คือ 20 ล้านวอนในทุกๆ 10 ปี ขณะที่บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว การยกเว้นภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านวอน ทุกๆ 10 ปี
นโยบายดังกล่าว พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากจึงได้เริ่มโอนทรัพย์สินให้ลูกตั้งแต่เกิด และโอนเงินให้ 20 ล้านวอน จากนั้นก็โอนเข้าไปอีก 20 ล้านวอนเมื่ออายุ 10 ปี และอีก 50 ล้านวอน เมื่อลูกบรรลุนิติภาวะแล้ว ตอนอายุ 20 ปี และ 30 ปี ด้วยวิธีนี้ ลูกก็จะได้รับเงิน 140 ล้านวอน จากพ่อแม่ได้อย่างถูกกฎหมายและปลอดภาษีเมื่ออายุ 30 ปี
เหตุผลที่พ่อแม่ชาวเกาหลีเลือกเปิดบัญชีหุ้นหรือ ETF ให้กับลูกแทนการให้เงินสดก็คือ ภาษีของขวัญจะคำนวณจากมูลค่า ณ เวลาที่มอบของขวัญ และจะไม่เก็บภาษีเพิ่มเติมจากทรัพย์สินที่เกิดขึ้นภายหลัง ดังนั้น การซื้อ ETF ให้ลูกตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงภาษีมรดกของเกาหลีใต้ได้มากถึง 50%
นั่นหมายความว่า ขณะที่เรามอบเงินซองแดงให้ลูกหลานวันตรุษจีน เด็กๆในเกาหลีได้เริ่มลงทุนในกองทุน ETF ด้านเซมิคอนดักเตอร์กันแล้ว




