
เกาหลีเหนือลั่น ไม่ผูกพันสนธิสัญญาแพร่ขยายนิวเคลียร์ ประณามสหรัฐไร้ยางอาย
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายคิม ซอง ผู้แทนถาวรของเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถ้อยแถลงว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ผูกพันสนธิสัญญาแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ใดๆ สหรัฐและบางประเทศกำลังทำลายบรรยากาศของการประชุมทบทวนสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ครั้งที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติด้วยการหยิบยกประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือขึ้นมา
พร้อมกล่าวว่า สถานะการเป็นประเทศนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ จะไม่เปลี่ยนไปเพียงเพราะคำพูดหรือความต้องการฝ่ายเดียวจากต่างชาติ
“ขอประณามและปฏิเสธอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำอันอันธพาลและไร้ยางอายของบางประเทศ รวมถึงสหรัฐที่นำเรื่องการเข้าถึงอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้จริงและชอบธรรมมาเป็นประเด็นโจมตี” คิมกล่าว
ย้อนไปในปี 1985 เกาหลีเหนือให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ก่อนจะประกาศถอนตัวในปี 2003 หลังจากที่สหรัฐโจมตีรัฐบาลเกาหลีเหนือจากการที่มีความพยายามในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมา ทั้งนี้ ความชอบด้วยกฎหมายของการถอนตัวดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้จัดการประชุมสุดยอดร่วมกันในปี 2018 และ 2019 ก่อนที่เผชิญกับความล้มเหลวจากกรณีคลังอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือถือครอง
อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2025 ผู้นำคิมส่งสัญญาณว่ายินดีที่จะพบกับประธานาธิบดีทรัมป์อีกครั้ง หากสหรัฐยกเลิกข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ โดยเกาหลีเหนือได้จัดตั้งโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์ทั่วประเทศที่นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่า เกาหลีเหนืออาจผลิตวัสดุฟิสไซล์ได้มากพอสำหรับหัวรบนิวเคลียร์สูงสุดถึง 90 ลูก




