
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายรายงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปี 2566 โดยเสนอให้กองทุนฯ โดยระบุว่า ปัจจุบันยังมีปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและอนาคตของประชาชนจำนวนมาก โดยยกตัวอย่างกรณีเยาวชนในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่เพิ่งจบการศึกษาและเริ่มทำงานได้ไม่นาน แต่ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งสะท้อนว่าประเทศยังสูญเสียทรัพยากรบุคคลสำคัญจากปัญหาที่สามารถป้องกันได้
นายอัครเดช ตั้งข้อสังเกตต่อการใช้งบประมาณของกองทุนฯ ว่า บางโครงการอาจซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานหลัก เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย อาทิ การติดตั้งสัญญาณเตือนหรือปรับปรุงจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่โดยตรง มากกว่าการใช้งบจากกองทุนฯ เข้าไปดำเนินการแทน
พร้อมเสนอว่า กองทุนฯ ควรมุ่งใช้งบประมาณในลักษณะที่เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อการลดอุบัติเหตุ เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันให้ประชาชนแจ้งและติดตามปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน ปัญหาถนนชำรุด ไฟส่องสว่างดับ จุดตัดอันตราย หรือสัญญาณจราจรเสีย พร้อมเชื่อมข้อมูลไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมใช้เป็นเครื่องมือประเมินประสิทธิภาพหน่วยงานที่รับผิดชอบถนนทั่วประเทศ ผ่านระบบ KPI หรือตัวชี้วัด ก่อนนำไปใช้ประกอบการพิจารณางบประมาณในปีถัดไป
“อยากให้ข้อมูลจากแอปฯ ถูกส่งต่อไปยังกรรมาธิการงบประมาณ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณในปีต่อไป หน่วยงานไหนแก้ปัญหาได้เร็ว มีประสิทธิภาพ และลดอุบัติเหตุได้จริง ก็ควรได้รับการสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง แต่หากหน่วยงานใดปล่อยปละละเลย ก็ต้องนำมาประเมินในการอนุมัติงบประมาณเช่นกัน” นายอัครเดช กล่าว
นายอัครเดช ยังระบุว่า ปัจจัยสำคัญของอุบัติเหตุทางถนนประกอบด้วย คน รถ และถนน ดังนั้น การแก้ปัญหาจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กัน ทั้งการสร้างวินัยจราจร การตรวจสอบมาตรฐานรถโดยสารและรถสาธารณะ รวมถึงการเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงบนถนนที่ประชาชนร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้งบกองทุนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง




