
สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชารายงานว่า วุฒิสภากัมพูชาออกแถลงการณ์ลงวันที่ 7 พฤษภาคม แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชาในการเดินหน้าใช้ “กลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ” ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) หลังจากคณะรัฐมนตรีไทยเห็นชอบกับการประกาศถอนตัวฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจปี 2544 ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทางทะเลทับซ้อนในอ่าวไทย หรือ MOU44
แถลงการณ์ระบุว่า เป็นเวลากว่า 25 ปีที่ MOU44 เป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่ทั้งกัมพูชาและไทยตกลงร่วมกัน เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในการอ้างสิทธิทางทะเลที่ทับซ้อนกันอย่างสันติและสร้างสรรค์ ภายใต้จิตวิญญาณแห่งการเจรจาหารือ ความเคารพซึ่งกันและกัน และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
วุฒิสภากัมพูชารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการยุติกรอบความร่วมมือสำคัญดังกล่าวฝ่ายเดียว ซึ่งอาจบ่อนทำลายความพยายามทางการทูตที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ และทำให้การแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลโดยสันติระหว่างสองประเทศล่าช้าออกไป
วุฒิสภาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การที่รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจหันไปใช้กลไกสันติวิธีที่กำหนดไว้ภายใต้ UNCLOS เป็นการดำเนินการที่ชอบธรรม มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ การที่กัมพูชาใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อสันติภาพ การเจรจา หลักนิติธรรม และการระงับข้อพิพาทโดยสันติ
วุฒิสภากัมพูชาย้ำว่า อ่าวไทยจะต้องคงไว้ซึ่งการเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ความร่วมมือ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองร่วมกัน ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าว วุฒิสภาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีกฝ่ายจะยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์แห่งการเจรจาอย่างสันติและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในแก้ไขข้อพิพาทในการอ้างสิทธิทางทะเลที่ทับซ้อนกัน โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและ UNCLOS
วุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชายืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อจุดยืนที่มีหลักการของรัฐบาลกัมพูชา และการยึดมั่นต่อกฎหมายระหว่างประเทศ สันติภาพในภูมิภาค และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
สันติภาพจะดำรงอยู่อย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีการรักษาไว้ซึ่งการเจรจา การเคารพข้อตกลงต่างๆ และหลักนิติธรรมยังคงเป็นรากฐานร่วมกันในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ




