
จากกรณี มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ได้เปิดเว็บไซต์ ให้ประชาชนลงชื่อ หยุดโครงการแลนด์บริดจ์ ผ่านเว็บไซต์ stop-sec.com โดยเปิดให้ลงตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งตั้งเป้าให้ได้รายชื่อทั้งหมด 50,000 รายชื่อ โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ค.69 ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 59,864 รายชื่อ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผ่านไปเพียง 3 วัน พบว่ามีผู้ร่วมลงทะเบียนแล้ว 100,725 รายชื่อ ทั้งนี้ทางมูลนิธิยังคงเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนยาวไปจนถึง 30 มิถุนายน 2569 ได้ผ่านลิงก์นี้ stop-sec.com
อย่างไรก็ตาม ในเว็บไซต์ลงชื่อ ทางมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมได้สรุปใจความสำคัญของ พ.ร.บ. ไว้ดังนี้
1.มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรม
ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เป็นกฎหมายที่จะกำหนดให้พื้นที่ จังหวัดชุมพร ระนองสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่สำหรับส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหลัก
2.รวบอำนาจทางกฎหมาย และผูกขาดการตัดสินใจ
ด้วยการรวบอำนาจและการตัดสินใจในทางกฎหมายให้อยู่ในมือของคณะรัฐมนตรีชุดเล็กในนาม “คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้” ที่สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา ออกกฎหมาย ระเบียบ รวมถึงอำนาจในการปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขัดต่อหลักการถ่วงดุลอำนาจ และขัดต่อสิทธิหลายประการตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
3.SEC ทางด่วนของ Land Bridge
ร่างกฎหมาย SEC เป็นกฎหมายที่เอื้อให้เกิดโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนองที่ประกอบด้วย 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว จ.ชุมพร และโครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จ.ระนอง โครงการรถไฟรางคู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ช่วงท่าเรือชุมพร – ท่าเรือระนอง เพื่อรองรับ การคมนาคมขนส่งเชื่อมสองฝั่งทะเล และเป็นไปเพื่อกิจการภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีนักวิชาการหลายท่านตั้งข้อสังเกตต่อความไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุนในทางเศรษฐกิจ และความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น และไม่เป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่
4.แย่งยึดทรัพยากรและวีถีชีวิต
ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ทะเล โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดระนอง “ขุมทองอันดามัน” เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหล่อเลี้ยงชีวิตของสัตว์ และคนในพื้นที่ ทั้งยังสร้างรายได้มหาศาล ทั้งจากการท่องเที่ยวและการทำประมงให้แก่ผู้คนจำนวนมาก แต่การเกิดขึ้นของกฎหมาย SEC ที่ต้องการเปลี่ยนภาคใต้เป็นเป็นอุตสาหกรรม ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม และ ต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ยากต่อการฟื้นฟูเยียวยา กฎหมายฉบับนี้จึงเป็น การแย่งยึดพื้นที่และอาจนำไปสู่หายนะของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่





