เลขาฯกกต. มั่นใจเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-นายกเมืองพัทยา ราบรื่น 100% เชื่อแข่งกันเข้มข้น ย้ำการเลือกตั้งทุกฝ่ายรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ของ กกต. ฝ่ายเดียว ระบุทุกการเลือกตั้งอยู่ในสายตา ปชช. ตรวจสอบได้ รับ ความผิดพลาด กปน. เป็นบทเรียน ครั้งนี้อบรมล่วงหน้ากว่าเดือน ตั้งเป้าไม่ผิดพลาด ย้ำการรักษาอุปกรณ์ให้ถูกระเบียบ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในในพิธีเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา (กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ)
นายแสวงกล่าวตอนหนึ่งว่า การจะทำให้การเลือกตั้งออกมาดีและเรียบร้อย ทุกครั้งการเลือกตั้งจะมีปัญหาและอุปสรรค สำหรับสำนักงาน กกต.เอง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราตั้งเป้าหมายไว้สูง คือความสุจริตและความเรียบร้อย ต้องมีทั้ง 2 อย่าง นั่นคือการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย คือเป็นของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน หลักการนี้ สำนักงานนำมาแปลงให้อยู่ในกระบวนการเลือกตั้ง การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ กกต. ซึ่งเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ทุกการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนทำร่วมกัน เนื่องจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนหนึ่งมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งส่วนนี้ กกต.ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีอาสาในส่วนนี้ถึง 1.6 ล้านกว่าคน เป็นเรื่องที่ประชาชนทำร่วมกันตามที่กฎหมายออกแบบไว้ โดย กกต.เพิ่มเติมบางส่วนเพื่อความสงบเรียบร้อย
นายแสวงกล่าวว่า ทั้ง กกต. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ใช้สิทธิจะรู้เห็น และสามารถตรวจสอบได้เท่ากันทุกคน เหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวต่างๆ ก็เพราะเราออกแบบให้รู้เห็นได้เท่ากัน เนื่องจาก กกต.ไม่สามารถมองได้ทั่วถึงทุกหน่วย เราต้องช่วยกันดูแลการเลือกตั้ง ประชาชนทำอะไรในหน่วยก็เป็นไปตามนั้น ไม่มีอะไรที่จะไปบิดเบือนแม้แต่คะแนนเดียว ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ สำหรับพื้นที่ของความสุจริตที่อยู่นอกหน่วยก็เป็นเรื่องของประชาชนเช่นเดียวกัน โดย กกต.เป็นผู้เฝ้าดูว่าทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การซื้อเสียงจะทำให้การเลือกตั้งไม่ดี แต่ก็เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้สมัคร พรรคการเมือง และ กกต. ซึ่งบางกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์แจ้งว่าซื้อเสียง กกต.ตรวจสอบทุกกรณี แล้วก็มาพบว่าเป็นเรื่องล้อเล่น หรือแม้แต่ผลวิจัยเรื่องการซื้อเสียง กกต.ก็ไปตรวจสอบเพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์
นายแสวงกล่าวว่า ถ้าทุกคนรู้หน้าที่ของพลเมือง การเลือกตั้งออกมาดีแน่นอน กปน. เราก็ไม่สามารถรับรองได้ทุกคน แต่ตามระบบเราสามารถควบคุมให้เขาปฏิบัติตามกฎหมายได้ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองต้องรู้กฎหมายมากกว่าประชาชนทั่วไปแน่นอน แต่ก็ยังเลือกจะฝ่าฝืนกฎหมาย ประชาชนที่รับเงินซื้อเสียงเองก็ผิด ด้วยองคาพยพแบบนี้ การเลือกตั้งจะออกมาดีหากทุกท่านตระหนักถึงอนาคตที่จะเกิดกับประเทศ
นอกจากนี้ เมื่อผลการแข่งขันไม่ได้เป็นอย่างที่ประสงค์ จะมีปัญหากับ กกต. หลังเวลา 18.00 น. ทุกครั้ง เงื่อนไขของการแพ้ชนะมีอยู่ 3 ประการ คือ ประการแรก ศักยภาพของผู้เข้าแข่งขัน ทั้งคนแข็งแรงหรืออ่อนแอลงไปแข่งในสนามเดียวกันหมด จากประสบการณ์ที่จัดการเลือกตั้งมา ผู้ชนะต้องมี 7 อย่าง ซึ่งตนเองจะไม่พูดในที่นี้ บางพรรคก็มีครบหรือไม่ครบ ขึ้นอยู่กับบริบท เป็นสิ่งแรกที่จะทำให้ชนะได้ ประการที่ 2 คือ กติกา บางครั้งก็เอื้อให้กับบางพรรคอยู่เหมือนกัน และประการที่ 3 คือกรรมการ ซึ่งยืนยันว่า ปล่อยแถวเท่ากัน หากจะแข่งขันต้องไปดูว่าศักยภาพท่านมีครบหรือไม่ และกติกาเป็นธรรมหรือไม่ หากมากดดันกรรมการ กรรมการก็ทำเหมือนเดิม เพราะกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้น กรรมการพยายามทำให้การแข่งขันเป็นธรรม แต่เราก็สามารถทำได้แค่ตามกฎหมายกำหนดไว้ กติกาสามารถช่วยกันกำหนดได้ เมื่อแข่งขันจบขอให้ท่านดูว่าท่านชนะหรือแพ้เพราะอะไร อย่ามาลงที่กรรมการ เพราะเราออกแบบให้อยู่ในสายตาประชาชนอยู่แล้ว
นายแสวงกล่าวว่า ส่วน กปน.เอง ถือเป็นผู้มีจิตใจสาธารณะที่อาสามาทำงานโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร เลือกตั้งแต่ละครั้งต้องทำงานวันละ 18-19 ชั่วโมง ต้องถือเป็นผู้เสียสละ และต้องทำงานให้ประชาชนเห็นแล้วเชื่อใจว่าถูกต้อง เพื่อลดข้อสงสัยต่างๆ ความสงสัยจะทำให้คนไม่มั่นใจ ท่านอยูในสายตาประชาชน และสามารถทักท้วงได้ ท่านต้องสามารถอธิบายที่มาที่ไปได้ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ ทั้งในกรุงเทพฯและพัทยา เป็นสังคมเมือง ทั้งบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ น่าจะมีความพร้อมเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ รอเพียงเวลาเท่านั้น เรารู้ศักยภาพว่าท่านทำงานได้อย่างดีที่สุดแน่นอน เพียงแต่อาจมีการแข่งขันที่เข้มข้นทั้ง 2 แห่ง และเชื่อว่าคงจะเรียบร้อยทั้งหมด

ต่อมานายแสวงให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยาว่า มีการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครบวาระที่ทราบกำหนดล่วงหน้า โดยสำนักงาน กกต. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ประสานการทำงานร่วมกันตลอด เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมตั้งเป้าไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งทั้ง 2 พื้นที่จะได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก
นายแสวงกล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีหน่วยเลือกตั้งกว่า 6,000 หน่วย จำเป็นต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก แต่เชื่อมั่นว่าบุคลากรของ กทม. มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เป็น กปน. จึงไม่น่ามีปัญหาน่ากังวล พร้อมย้ำว่าบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นมีระบบป้องกันการปลอมแปลงและมีมาตรการตรวจสอบ แม้จะไม่มีระบบบาร์โค้ดเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งคนละประเภท โดย กกต.มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีการเลือกตั้งเทศบาลและ อบต.อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มีบัตรเพียงพอ
เมื่อถามถึงการเฝ้าระวังการหาเสียงเลือกตั้ง นายแสวงกล่าวว่า กฎหมายเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่นใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน ขณะนี้ กกต.ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สมัครทั้งการลงพื้นที่และการหาเสียงผ่านสื่อโซเชียล โดยยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเรื่องน่ากังวล แม้ในพื้นที่เมืองพัทยาจะมีการแข่งขันสูง แต่เชื่อว่าด้วยลักษณะพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย ทั้งจากสื่อมวลชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ผู้สมัครต้องระมัดระวังการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย

นายแสวงกล่าวยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของ กกต. คือการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะ พร้อมย้ำว่าระบบการเลือกตั้งถูกออกแบบให้ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ตลอด หากพบการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการอบรม กปน. ให้เคร่งครัดและเข้าใจรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วปัญหาหลักๆ เกิดจาก กปน. นายแสวงกล่าวว่า ครั้งที่แล้วหรือทุกครั้งถือเป็นบทเรียน ที่มีปัญหา ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ที่อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ครั้งนี้จึงมีการอบรมและเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ล่วงหน้ากว่า 1 เดือน โดยเฉพาะประธานหน่วยเลือกตั้งที่จะต้องมีความเข้าใจกฎระเบียบอย่างละเอียด สามารถวินิจฉัยได้ว่าอะไรถูกหรือผิด รวมถึงต้องรับฟังข้อทักท้วงจากประชาชน เพราะประชาชนเองก็มีส่วนร่วมในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งเช่นกัน
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องกำชับ กปน.ให้ดูแลรักษาอุปกรณ์ เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ที่บอกว่านำไปใช้คือใช้อย่างไร ก่อนจะกล่าวต่อถึงการดูแลวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งว่า มีระเบียบกำหนดไว้อย่างชัดเจน และมีการกำชับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แม้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเลย แต่ทุกความผิดปกติสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ถึงระดับบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยเฝ้าระวัง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือที่สุด





