หนีไม่พ้น ตำรวจจราจร ตามจับชนแล้วหนี-แว้นป่วนเมือง หลังซิ่งหนีวันเกิดเหตุ

หนีไม่พ้น ตำรวจจราจร ตามจับกุมผู้ต้องหา ตาม“โครงการถนนปลอดภัย วิภาวดี” เคสแรกชนตำรวจแล้วหนี ส่วนอีกเคส 3 วัยรุ่นแว้นป่วนเมือง หลังทั้ง 2 คดีซิ่งหนีวันเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผกก.2 บก.จร. รับรายงานจาก พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.จร.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ตาม “โครงการถนนปลอดภัย วิภาวดี” จำนวน 2 คดี

โดยคดีที่1 จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลาง รถจยย. 1 คัน หลังขับรถจักรยานยนต์หลบหนีจุดกวดขันวินัยจราจร และฝ่าฝืนคำสั่งให้หยุดรถ เป็นเหตุทำให้เฉี่ยวชน ส.ต.ท.วัชรพงษ์ เสนาพงษ์ ผบ.หมู่งาน ศูนย์ควบคุมจราจรฯ ได้รับบาดเจ็บที่มือ บริเวณจุดกวดขันวินัยจราจร 5 แยกลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น พร้อมทำการเปรียบเทียบปรับในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ หลายข้อหา (ไม่สวมหมวกนิรภัยทั้งคนขับและคนซ้อน, ฝ่าฝืนสัญญาณมือ, ขับประมาทหวาดเสียวจนผู้อื่นบาดเจ็บ) พร้อมถูกยึดรถไว้เป็นของกลางเพื่อส่งฟ้องศาล โดยศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษ จำคุก 2 เดือน ปรับ 2,500 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 3 ครั้ง บริการสังคม 12 ชั่วโมง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมพวกที่ยังหลบหนี ได้ร่วมกันแข่งรถจักรยานยนต์ บนถนนวิภาวดีรังสิต(ขาเข้า) ช่วงสนามบินดอนเมือง ถึงซอยวิภาวดีรังสิต 50 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง ด้วยความเร็วสูง ลักษณะกีดขวางการจราจร โดยทั้งหมดไม่ได้สวมหมวกนิรภัย และจงใจปิดบังหรือถอดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้ขับขี่ในกลุ่มประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งสืบสวนจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนสามารถระบุตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ในที่สุด

สอบสวนผู้ต้องหา ทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนความผิดฐานไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียน ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน และไม่สวมหมวกนิรภัย พนักงานสอบสวนได้แยกดำเนินการปรับเป็นพินัยแล้ว ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง ในความผิดฐานร่วมกันแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร และขับรถในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

ต่อมาศาลแขวงดอนเมืองได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี คุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ จำนวน 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ให้ทำงานบริการสังคม จำนวน 24 ชั่วโมง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 180 วัน และให้ติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) เป็นเวลา 15 วัน โดยห้ามออกจากที่พักอาศัยตั้งแต่เวลา 22.00 – 05.00 น.