รอง ผบ.ตร. แถลงผลการปราบปรามเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ หลังตำรวจ บช.สอท. ทลายโกดังย่านประเวศ จับยกแก๊งยึดของกลางกว่า 200,000 ชิ้น
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 พ.ค.2569 พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.2, สน.อุดมสุข และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้าภายในซอยสุขาภิบาล 2 ซอย 3 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร หลังนำกำลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่
จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 200,000 ชิ้น, รถยนต์ 3 คัน พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 คน ประกอบด้วย คนไทย 2 ราย คือ นายจรัญ และนายจรูญ ชาวลาว 7 ราย โดยพบว่าชาวลาว 2 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าที่ใช้รับโอนเงินจากการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า
หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า เดิมมีอาชีพเป็น รปภ. ก่อนมีเพื่อนชักชวนมาทำงานเฝ้าโกดัง ได้ค่าจ้างวันละ 500 บาท จึงตัดสินใจย้ายงาน โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้า และไม่รู้ว่าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุม โดยมีหน้าที่คอยเฝ้าโกดัง ตรวจสอบความเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด รับแจ้งเวลารถขนส่งเข้าส่งสินค้า และปิดประตูไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าออก ส่วนพนักงานอีกกลุ่มทำหน้าที่แพ็กสินค้าส่งพัสดุให้ลูกค้า โดยได้รับค่าแรงวันละ 500 บาทเช่นเดียวกัน

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนขยายผล หลังจากเข้าตรวจค้นห้องชุดในคอนโดย่านสุขุมวิท พบผู้ต้องหาชายไทย 1 ราย เป็นเจ้าของร้านบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์เครือข่ายนี้ โดยมีหลักฐานในโทรศัพท์มือถือ เป็นแชทบทสนทนาการขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับลูกค้า ผ่านไลน์แอด “Heaven” ในห้องชุดยังพบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 500 ตัว, กล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าที่เตรียมส่งให้ลูกค้า 10 กล่อง ในกล่องมีบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุประมาณ 100 ตัว
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวจะทำการแพ็กสินค้าช่วงกลางคืน และส่งออกในช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ส่วนเวลากลางวันจะปิดโกดังเงียบเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่สามารถสูบได้สูงสุดถึง 20,000 คำ ในราคาหลักร้อยบาท ซึ่งมากกว่ารุ่นทั่วไปที่สูบได้ประมาณ 10,000 คำ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และยังพบ “พอต” จำนวนมากที่เสี่ยงถูกนำไปผสมสารเอโทมีเดท (Etomidate) จนกลายเป็น “พอตซอมบี้” หรือ “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบบประสาทและร่างกายของผู้เสพ
รอง ผบ.ตร. ระบุอีกว่า อยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวเจ้าของเครือข่าย ซึ่งคาดว่าเป็นคนไทย และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าตามแนวชายแดน

ด้าน นายแพทย์ ชยนันท์ สิทธิบุศย์ รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เปิดเผยว่า ของกลางที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้ถือเป็นล็อตใหญ่ หากหลุดออกสู่ตลาดจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมาก อีกทั้งยังพบว่ามีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความอันตรายต่อร่างกายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
มีรายงานว่า โกดังแห่งนี้เปิดดำเนินการมานานประมาณ 1 ปี เดิมเครือข่ายเคยใช้โกดังในพื้นที่ดอนเมือง ก่อนย้ายมาใช้พื้นที่แห่งนี้แทน โดยใช้วิธีจัดส่งสินค้าในระบบ “บล็อก” เพื่ออำพรางบริษัทขนส่งไม่ให้ทราบว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้สามารถกระจายสินค้าไปยังลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นพบว่า ของกลางทั้งหมดลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ผ่านพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้นำเข้าและผู้สั่งการระดับเครือข่ายต่อไป




