สื่อเผย วิกฤตพลังงาน ประเด็นหารือสำคัญ วงประชุมผู้นำอาเซียน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยคาดว่าหนึ่งในหัวข้อใหญ่ของการประชุมคือเรื่องความขัดแย้งนอกภูมิภาคอาเซียน เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงานที่ส่งออกมาจากตะวันออกกลาง

ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางบีบให้ประเทศต่างๆ ในอาเซียนต้องหาแหล่งน้ำมันใหม่ การประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียนมีการหารือสมัยพิเศษเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ โดยฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนหวังว่าจะมีการให้สัตยาบันในกรอบข้อตกลงเพื่อแบ่งปันน้ำมัน

นางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวในช่วงเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ว่า “วิกฤตในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้ และผลกระทบที่ตามมาที่แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ซึ่งรบกวนการห่วงโซ่ด้านพลังงาน เส้นทางการค้า ห่วงโซ่อุปทานของอาหาร และความเป็นอยู่ของประเทศเรา เป็นเครื่องย้ำเตือนเราว่าพัฒนาการนอกภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่ออาเซียนอย่างเร่งด่วนและร้ายแรง ดังนั้น อาเซียนควรเสริมความเข้มแข็งต่อการประสานงานและเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงเวลาวิกฤต”

กลุ่มนักการทูตและนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่านี่จะเป็นบททดสอบของฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังคงต้องให้ความสำคัญกับปัญหาภายในอาเซียนเอง เช่น สถานการณ์ในประเทศเมียนมา ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา และความตึงเครียดในทะเลจีนใต้

ประเทศอาเซียนยังคงมีความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับแนวทางการจัดการวิกฤตในเมียนมา ซึ่งทางรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาที่นำโดยประธานาธิบดี มิน ออง ไลง์ ต้องการจะกลับเข้ามามีส่วนร่วมกับอาเซียนมากขึ้น และอาจต้องทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเชื่อว่าเมียนมามีความจริงใจในการยุติปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และมุ่งให้เกิดความปรองดองด้วยการเจรจากับบรรดาชนกลุ่มน้อย

Advertisement

บรรดาผู้นำอาเซียนยังอาจเรียกร้องให้มีการจัดประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียนและจีน ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดในปี 2026 แม้จะมีผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันในหมู่ประเทศคู่ขัดแย้ง และข้อกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ