ปธ.วิปรัฐบาล เผยสภาฯรอศาลรธน.ชี้ขาด พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ยังไม่บรรจุวาระ ยันไม่ห่วงทำกู้เงินล่าช้า

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมวิป 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ค.) ว่า เพื่อหารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นการพิจารณากฎหมายที่ทาง ครม.ได้ยืนยันกลับมาที่สภา โดยในที่ประชุมได้มีการพูดคุย ถึงการกำหนดกรอบระยะเวลา และประเด็นจะอภิปรายในเนื้อหาของกฎหมายแต่ละฉบับ

เมื่อถามถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ฝ่ายรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายกรวีร์กล่าวว่า ในเรื่องของการใช้เงินจาก พ.ร.ก.นี้ หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯแล้ว รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม จึงทำให้ประธานสภาไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน เข้าที่ประชุมสภาในวันที่ 14 พ.ค. ดังนั้นในวันดังกล่าวจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามปกติที่มีการตั้งกระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไป ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ 35 คณะ ถ้ามีการบรรจุระเบียบวาระเราก็พร้อมที่จะตั้ง กมธ.ภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นในวันที่ 15 พ.ค.ก็จะมีการประชุมนัดแรกของ กมธ. เพื่อตั้งประธาน กมธ.และตำแหน่งอื่นๆ เพื่อสัปดาห์ถัดไป กมธ.แต่ละคณะจะได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่า ถ้าฝ่ายค้านเสนอญัตติ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะต้องเตรียมคนเพื่ออภิปรายตอบโต้หรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า เขายื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้นการประชุมสภาในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ก็คิดว่าไม่น่าจะมีการยื่นเสนอญัตติดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วัน

เมื่อถามว่ากังวลเรื่องความล่าช้าในการประกาศใช้ พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะตอนนี้ พ.ร.ก.ที่ ครม.เซ็นนั้น มีผลบังคับใช้ และประกาศเป็นกฎหมายแล้ว จึงขอยืนยันกับประชาชนให้รับทราบว่าการที่เสนอ พ.ร.ก.เข้าสภานั้นเป็นเพียงการยืนยัน และทำให้เป็นกฎหมาย แต่เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทางสภาก็ต้องชะลอการพิจารณาออกไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และตนเชื่อว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไรประธานสภาจะรีบบรรจุ ให้เป็นวาระในการพิจารณาต่อไป